นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

รู้จักกับอาการแพ้นมวัว อาการแบบไหนที่บอกว่าลูกแพ้นมวัว

เลือกอ่านตามหัวข้อ


7 สัญญาณเตือนของอาการแพ้นมวัว


ปัจจุบันอาการแพ้ต่าง ๆ รวมถึงแพ้นมวัวพบได้บ่อยขึ้นในเด็กไทย คุณแม่หลายท่านมักจะไม่ทราบว่าลูกเกิดการแพ้นมวัว และปล่อยอาการไว้ค่อนข้างนาน จนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้น จึงจะพาลูกไปพบแพทย์ ทำให้การรักษายากขึ้น ดังนั้น แนวทางที่ดีที่สุดคือหมั่นสังเกตอาการแพ้ของลูกและหาทางป้องกันรักษาแต่เนิ่น ๆ


คุณแม่สามารถสังเกต 7 สัญญาณเตือนของอาการแพ้นมวัว ดังนี้เลย

          1. มีผื่น แดง คัน หรือริมฝีปาก ใบหน้า และรอบดวงตาบวม
          2. ร้องงอแงผิดปกติหลังกินนม หงุดหงิด เมื่อถึงเวลาให้นม และเริ่มมีน้ำหนักตัวลดลง
          3. อาเจียน หรือแหวะนม
          4. ท้องเสีย ปวดท้อง ไม่สบายท้อง หรือท้องผูก
          5. ถ่ายเป็นเลือด
          6. น้ำมูกไหลเรื้อรัง คัดจมูก

ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ยพบอาการได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถพาไปพบแพทย์และทำการรักษาได้เร็วและง่ายขึ้นะคะ เนื่องจากเอาการอาจจะไม่รุนแรง ก็จะเป็นผลดีต่อลูกค่ะ

 

"แพ้นมวัว" หนึ่งในภาวะแพ้อาหารที่พบได้บ่อยที่สุดในทารก

 

อาการแพ้นมวัว (Cow Milk Allergy – CMA) หรือแพ้โปรตีนนมวัว (Cow Milk Protein Allergy – CMPA) หนึ่งในรูปแบบภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในทารก เนื่องจากระบบภูมิต้านทานและระบบทางเดินอาหารของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่ดี โมเลกุลโปรตีนขนาดใหญ่สามารถผ่านผนังเยื่อบุลำไส้ไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานก่อให้เกิดการแพ้ ดังนั้นจึงแนะนำให้สังเกตอาหารแพ้ในช่วงที่ทารกจะเริ่มกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่ เช่น ช่วงเริ่มนมผสม เริ่มกินอาหารเสริมตามวัย 

อาการแพ้นมวัวสามารถพบได้ในเด็กตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 1 ขวบ และมีโอกาสที่อาการจะเกิดในเด็กทารกที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียวด้วยเช่นกัน เนื่องจากได้รับสารอาหารผ่านนมแม่ อาการแพ้นมวัวสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีหลังกินนมวัว หรือใช้เวลานานหลายวัน โดยทั่วไปมักพบอาการแสดงภายใน 1 สัปดาห์

 

ลูกแพ้นมวัว ควรดูแลอย่างไร


 

หากแพทย์วินิจฉัยว่าลูกน้อยแพ้นมวัว แพทย์ก็จะทำการรักษาอาการแพ้ และให้คำแนะนำในการดูแลลูกน้อย เช่น

          1. หากคุณแม่ให้ลูกน้อยกินนมแม่อยู่แล้ว ก็จะแนะนำให้กินนมแม่ต่อไป 

          2. งดการกินนมวัวในเด็ก และคุณแม่ก็ต้องงดการกินนมวัวและอาหารทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของนมวัวเช่นกัน 

          3. กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์อาจแนะนำ* โปรตีนย่อยอย่างละเอียด ที่มีคุณสมบัติ Hypoallergenic ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้ดี และอาจมีโพรไบโอติกส์ แลคโตบาซิลัส จีจี (LGG) ซึ่งมีบทบาทช่วยหยุดอาการแพ้นมวัว ช่วยให้ลูกกลับมาทานนมวัวได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการเกิดภูมิแพ้ในอนาคต

*อ้างอิงจากแนวทางการรักษาโรคแพ้โปรตีนนมวัวของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

 

หากคุณแม่สงสัยลูกอาจจะแพ้นมวัว ไม่ควรรอช้านะคะ มาลองทำแบบทดสอบเพื่อเช็คความเสี่ยงกันได้ที่นี่

 

ความเชื่อ vs ความจริง


จริงหรือไม่ แพ้นมวัวกินนมแพะได้ไหม?

เป็นหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย ความจริง คือ “นมแพะมีส่วนประกอบโปรตีนที่เป็นสาเหตุสำคัญของการแพ้” เช่นเดียวกับที่พบในอาการเด็กแพ้นมวัว เช่น เบต้า-แลคโตโกลบูลิน (Beta-Lactoglobulin) เด็กจึงมีโอกาสแพ้นมแพะได้เช่นเดียวกับแพ้โปรตีนนมวัว ดังนั้นเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้นมแพะเช่นกัน

จริงหรือไม่ แพ้นมวัวกินนมถั่วเหลืองแทนได้ไหม?

 

“1 ใน 3 ของเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจะแพ้นมถั่วเหลืองด้วย”
 

 

ส่วนนมถั่วเหลือง ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกของเด็กแพ้โปรตีนนมวัว เนื่องจากโปรตีนถั่วเหลืองมีขนาดโมเลกุลใหญ่ ดังนั้นจึงมักพบว่าในเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวประมาณ 1 ใน 3 จะแพ้นมถั่วเหลืองด้วย และหากเด็กแพ้นมถั่วเหลืองร่วมด้วย จะทำให้โอกาสการเลิกแพ้ยากขึ้นเป็นสองเท่าเมื่ออายุ 1 ปี และอาจส่งผลให้เกิดการแพ้อาหารอื่น ๆ อีกตามมาเพิ่มอีก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกแพ้โปรตีนนมวัวแล้วจะเปลี่ยนให้ลูกมากินนมถั่วเหลืองนั้นควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้นมถั่วเหลืองในเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือนหรือมีอาการแพ้รุนแรง

พ่อแม่ไม่เป็นภูมิแพ้ ลูกคงไม่แพ้โปรตีนนมวัว?

เป็นความเชื่อที่ผิด จากรายงานพบว่า ร้อยละ 10 - 15% ของเด็กแพ้โปรตีนนมวัว จะไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว หรือในบางรายพ่อแม่มีประวัติภูมิแพ้ แต่ไม่เคยทราบว่าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรละเลยในการสังเกตอาการลูกว่ามีอาการใดที่บ่งบอกว่าลูกแพ้โปรตีนนมวัวหรือไม่

หากพบว่าลูกมีภาวะแพ้โปรตีนนมวัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาให้อาการหายโดยเร็ว ทำให้เด็กเจริญเติบโตได้เป็นปกติ ที่สำคัญกว่านั้น คือเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กไปแพ้อย่างอื่นอีก เช่น แพ้ไข่ แป้งสาลี ถั่วเหลือง อาหารทะเล แพ้อากาศ ผื่นแพ้ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการดูแลที่ตามมาในอนาคต

ลูกแพ้นมวัวผ่านนมแม่ได้จริงหรือไม่?

เป็นความจริงค่ะ หากแม่ดื่มนมวัวหรือกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมวัว เมื่อลูกได้รับนมแม่ สารอาหารและโปรตีนในนมวัวจะถูกส่งผ่านไปยังลูกผ่านทางน้ำนม ซึ่งเด็กบางคนร่างกายจะไวต่อโปรตีนเหล่านั้น จึงทำให้เกิดการแพ้ขณะกินนมแม่

ลูกแพ้นมวัวจะหายได้หรือไม่?


มีโอกาสหายได้ การรักษาที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มมีอาการในตอนเด็ก จะยิ่งช่วยหยุดอาการแพ้ได้เร็วขึ้น โดยมากหลังอายุ 1 ปี อาการแพ้นมวัวจะดีขึ้น และส่วนใหญ่จะหายได้ภายในอายุ 5 ปี แต่หลังจากนั้นอาจมีอาการแพ้จากสาเหตุอื่น

ลูกแพ้นมวัว แม่รับประทานอะไรได้บ้างคะ


อาหารคุณแม่ควรงดมีเพียงกลุ่มอาหารที่ลูกแพ้ เช่น หากลูกแพ้นมวัว แม่จะต้องงดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของนมวัว ทั้งเบเกอรี่ กาแฟหรือโกโก้แบบใส่นม ฯลฯ หรือถ้าลูกแพ้อาหารจำพวกถั่ว แม่ก็อาจจะต้องงดด้วยเช่นกัน เพราะสารบางอย่างผ่านทางน้ำนมแม่สู่ลูกได้ นอกเหนือจากนี้ คุณแม่สามารถทานอาหารได้ปกตินะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ให้นมลูก การทานอาหารให้หลากหลาย สารอาหารครบถ้วน มีคุณประโยชน์ก็เป็นเรื่องสำคัญ

โภชนาการอาหารสำคัญที่เหมาะกับการบำรุงร่างกายคุณแม่ และไม่มีส่วนประกอบของนมวัว ยกตัวอย่างเช่น

          • การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

          • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น  เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ เพราะโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของในน้ำนม ที่ส่งเสริมการเจริญทางร่างกายรวมถึงภูมิต้านทานของลูก

          • ทานปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลากะพง หรืออื่นๆ เพราะเป็นแหล่งสารอาหารอย่าง โอเมก้า 3 และดีเอชเอ จำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทและสมอง

          • รับประทานผักและผลไม้สม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด

          • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

          • อาหารกลุ่มข้าว-แป้งที่ขัดสีน้อยหรือไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง

          • แหล่งอาหารเสริมธาตุเหล็ก อย่าง ตับ ไข่แดง เลือด ผักใบเขียว เช่น คะน้า กวางตุ้ง

          • แหล่งอาหารเสริมแคลเซียม เช่น ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีข้อสงสัย รวมทั้งอยากทราบสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะ นอกจากนี้ ยังสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวภูมิแพ้ในเด็ก ได้ที่ ภูมิแพ้ในเด็ก อาการและปัจจัยเสี่ยง คุณแม่ควรรับมืออย่างไรเมื่อลูกเป็นภูมิแพ้

ทารกอุจจาระมีมูก แบบนี้อันตรายหรือไม่!?


อาการแพ้ระบบทางเดินอาหาร หนึ่งในรูปแบบอาการแพ้นมวัวที่พบบ่อยในเด็ก ซึ่งอาการที่พบจะมีตั้งแต่อาการน้อย คือ ท้องอืด ท้องเสีย ถ้าหากรุนแรงขึ้นอาจมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด ทีนี้คุณแม่สงสัยมั้ยคะว่า มูกในอุจจาระลูก เกิดจากอะไร?

ทารกอุจจาระมีมูกเกิดจากอะไร


มูกในอุจจาระเกิดจากเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่ที่ผลิตมูกมาคลุมเยื่อผิวหนังของลำไส้ใหญ่ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ทำให้อุจจาระไหลผ่านลำไส้ได้ง่ายมากขึ้น มูกในอุจจาระจะมีลักษณะเหลวเป็นเส้น หรือมีลักษณะคล้ายเจลลี่ โดยส่วนใหญ่แล้วทารกถ่ายเป็นเมือก มักจะพบในทารกที่กินนมแม่ เนื่องจากอุจจาระของทารกที่กินนมแม่สามารถย่อยได้ดี และไหลผ่านลำไส้ได้อย่างรวดเร็ว

ลูกถ่ายเป็นมูกอันตรายไหม


ปกติการถ่ายมีมูกในอุจจาระทารกจะไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพลูกน้อย แต่ถ้าพบว่ามีอาการอื่น เช่น พบเลือดในอุจาระ (ถ่ายเป็นมูกเลือด) มีไข้ ร้องไห้ งองแง ร่วมด้วย ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาสุขภาพของลูกได้เช่นกัน สรุปได้ว่า หากอุจจาระลูกน้อยมีมูกมากกว่าปกติ ร่วมกับอาการข้างต้น ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อทำการหาสาเหตุ และรักษาต่อไป

ลูกถ่ายเป็นมูกเลือดเกิดจากสาเหตุใด


ลูกถ่ายมีมูกปนเลือด สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

          • ลูกน้อยอาจจะท้องผูก ทำให้อุจจารที่แห้งและแข็ง ขูดไปกับผิวหนังบริเวณถวารหนักเป็นแผล

          • อาการท้องเสียจากภาวะติดเชื้อ

          • แพ้อาหาร

          • ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร ลำไส้แปรปรวน หรือความผิดปกติเชิงโครงสร้างของลำไส้ 

อีกหนึ่งสาเหตุของทารกถ่ายเป็นมูกเลือด คือ อาการแพ้นมวัว เกิดจากผนังลำไส้และระบบภูมิต้านทานของทารกไม่แข็งแรง เมื่อลูกดื่มนมเข้าไป ร่างกายคิดว่าโปรตีนในนมเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเกิดปฏิกิริยาการหลั่งสารเคมีก่อให้เกิดอาการแพ้ อาการอักเสบ ซึ่งส่งผลต่อการระคายเคืองทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือดได้ 

แนะนำให้คุณแม่พาลูกน้อยไปพบแพทย์ หากพบการถ่ายปนเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากถ่ายมีเลือดปนมากับอุจจาระเป็นจำนวนมาก  เคยถ่ายเป็นเลือดในหลายวันก่อน ก่อนที่จะหายไป และกลับมาถ่ายเป็นเลือดเป็นซ้ำ มีอาการท้องเสียหรืออาเจียนร่วมด้วย เพื่อให้ลูกได้รับการรักษาทันเวลา เพราะอาการดังกล่าวอาจมีอันตรายรุนแรง

สีของมูกในอุจจาระทารกแตกต่างกัน บ่งบอกอะไร


          ทารกถ่ายเป็นมูกสีน้ำตาล มูกสีเขียว หรือสีเหลือง: บ่งบอกถึงสีอุจจาระที่เป็นการผสมปนกันมากับมูกในทารกโดยปกติ แต่หากมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งบ่งชี้ถึงการอักเสบ หรือระคายเคืองลำไส้ และคุณแม่มีความกังวล ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ

          ลูก 2 เดือน ถ่ายเป็นมูกเลือด อันตรายไหม: การถ่ายเป็นมูกเลือดเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการถ่ายเป็นมูกเลือด และทำการรักษา

          ทารก 1 เดือน ถ่ายมีมูกเลือด อันตรายไหม: ทารก 1 เดือน ไม่ควรมีลักษณะการถ่ายเป็นมูกเลือด รวมทั้งการถ่ายเป็นมูกเลือด ยังเป็นสัญญาณที่ลูกน้อยอาจจะกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพ ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาการ และรักษาอย่างทันท่วงที


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Shopee TH Lazada TH Join Enfamama