Enfa สรุปให้
- การล้างจมูกทารก เป็นการทำความสะอาดภายในโพรงจมูก เพื่อชำระ หรือล้างเอาคราบน้ำมูก
น้ำมูก สิ่งสกปรก และสิ่งแปลกปลอมภายในโพรงจมูกออกมา โดยจะใช้น้ำเกลือหยอดเข้าไปในรูจมูกเพื่อทำความสะอาด
เพราะน้ำเกลือมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
และไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองที่รุนแรง
- น้ำเกลือหยอดจมูกทารก ควรเป็นน้ำเกลือ 0.9% หรือใช้น้ำเกลือขวดขนาด 100
ซีซีก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรใช้น้ำเกลือขวดใหญ่ เพราะในทุก ๆ
การเปิด-ปิดขวดน้ำเกลืออาจทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคได้ ควรเลือกน้ำเกลือขนาด 100 ซีซี
เพราะเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง
- คุณพ่อคุณแม่สามารถล้างจมูกทารกได้ตั้งแต่ทารกวัยแรกเกิดเป็นต้นไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก หายใจไม่ออก ก็สามารถทำการล้างจมูกได้ หรืออย่างน้อย ๆ
คุณพ่อคุณแม่ควรล้างจมูกให้ลูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้า และช่วงเย็น

การล้างจมูกทารก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดโพรงจมูกของเด็ก ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ
ในโพรงจมูกอีกด้วย แต่วิธีล้างจมูกเด็กที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร และก่อนที่จะเริ่มวิธีล้างจมูกทารก
ควรจะต้องเตรียมอุปกรณ์ใดบ้าง รวมไปถึงการล้างจมูกบ่อยอันตรายไหม บทความนี้จาก Enfa มีสาระดี ๆ
เกี่ยวกับการล้างจมูกทารกมาฝากคุณพ่อคุณแม่ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการล้างจมูกเจ้าตัวเล็กค่ะ
การล้างจมูกทารก เป็นการทำความสะอาดภายในโพรงจมูก เพื่อชำระ หรือล้างเอาคราบน้ำมูก น้ำมูก สิ่งสกปรก
และสิ่งแปลกปลอมภายในโพรงจมูกออกมา โดยจะใช้น้ำเกลือหยอดเข้าไปในรูจมูกเพื่อทำความสะอาด
เพราะน้ำเกลือมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองที่รุนแรง
การล้างจมูกเด็ก หรือล้างจมูกทารก มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง ดังนี้
- การล้างจมูกเด็กด้วยน้ำเกลือช่วยให้จมูกเด็กโล่งขึ้น หายใจได้สะดวก เพราะได้ล้างหรือกำจัดเอาพวกเศษน้ำมูก
หรือคราบน้ำมูกแข็ง และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ออกไปจนหมด
- ล้างจมูกเด็กช่วยให้ซิเลีย (Cilia) หรือขนขนาดเล็กในโพรงจมูกทำหน้าที่ในการโบกพัดสารคัดหลั่งและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ
ออกจากรูจมูกได้ดีขึ้น
- วิธีล้างจมูกเด็กที่ถูกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไซนัส
- ล้างจมูกทารกช่วยลดความเสี่ยงของอาการน้ำมูกไหลลงคอ
- บรรเทาอาการคัดจมูก หรือแน่นจมูกจนหายใจไม่ออก
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เยื่อบุโพรงจมูก
- บรรเทาอาการหวัดเรื้อรังให้ทุเลาลง
วิธีล้างจมูกให้ลูก ล้างอย่างไรให้ถูกวิธี
วิธีล้างจมูกเด็กนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ไม่ยาก แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถที่จะทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก
โดยวิธีล้างจมูกให้ลูกด้วยน้ำเกลือนั้น สามารถทำได้ ดังนี้
1. ก่อนจะเริ่มทำการล้างจมูกให้เด็ก คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่จะทำการล้างจมูกควรล้างมือให้สะอาดเสียก่อน
2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการล้างจมูกเด็ก ได้แก่
- น้ำเกลือ 0.9% หรือใช้น้ำเกลือขวดขนาด 100 ซีซีก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรใช้น้ำเกลือขวดใหญ่ เพราะในทุก ๆ
การเปิด-ปิดขวดน้ำเกลืออาจทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคได้ ควรเลือกน้ำเกลือขนาด 100 ซีซี
เพราะเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง
- ภาชนะสะอาดหรือถ้วยสำหรับใส่น้ำเกลือ
- กระบอกฉีดยาแบบไม่ใส่เข็ม หรือจะใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เช่นกัน
- ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำมูก
- กระดาษชำระ หรือผ้าสะอาดสำหรับเช็ดทำความสะอาด
3. ก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป อาจใช้น้ำเกลือที่อยู่ในอุณหภูมิห้องได้เลย หรือหากอากาศเย็น สามารถนำน้ำเกลือมาทำการอุ่นก่อน
โดยทำการต้มน้ำ แล้วเทน้ำใส่ภาชนะ จากนั้นนำขวดน้ำเกลือลงไปอุ่นในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที
การอุ่นน้ำเกลือจะช่วยให้น้ำเกลือมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับโพรงจมูก และหลังจากอุ่นน้ำเกลือแล้ว
ให้นำขวดน้ำเกลือมาแนบกับหลังมือ เพราะความอุ่นของน้ำเกลือนั้น ควรจะอุ่นในลักษณะที่หลังมือของเราสามารถทนได้
ไม่ควรร้อนจนเกินไป
4. เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว ให้เริ่มเทน้ำเกลือลงในกระบอกฉีดยา(ที่ไม่ใส่เข็ม)จนเต็ม
หรือใครสะดวกใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เหมือนกัน
5. หากเด็กดิ้น หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวเด็กไว้
6. จัดท่าทางให้เด็กนอนอยู่ในท่าที่ศีรษะสูง ป้องกันไม่ให้เกิดการสำลัก แต่ถ้าเป็นเด็กโตที่สามารถสั่งน้ำมูกเองได้แล้ว
ก็เพียงแค่ให้เด็กแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย
7. จับหน้าของเด็กให้นิ่ง อย่าให้ขยับหรือเคลื่อนไหว แล้วค่อย ๆ หยดน้ำเกลือลง 2-3 หยด หรือฉีดเข้าจมูกแค่เพียงครั้งละ
0.5 ซีซี
8. สำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ ให้ใช้ลูกยางแดงในการดูดเอาน้ำมูกออกมา โดยทำทีละข้าง
แต่เด็กที่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ก็ให้สั่งน้ำมูกออกมาพร้อมกันทั้งสองข้างได้เลย
9. ทำซ้ำจนกระทั่งไม่มีเสมหะตกค้างในจมูกแล้ว
10. ล้าง - จัดเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน
และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ส่วนน้ำเกลือที่เหลือให้ทิ้งให้หมด ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่
เมื่อจะล้างรอบต่อไปก็ให้ใช้น้ำเกลือขนาดขวด 100 ซีซีขวดใหม่
ใช้น้ำเกลือล้างจมูกทารก จะระคายเคืองต่อเด็กหรือเปล่า
น้ำเกลือล้างจมูกทารก 0.9 % ถือว่ามีความปลอดภัยต่อโพรงจมูกของเด็ก ไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองที่รุนแรง มากไปกว่านั้น
น้ำเกลือยังมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอีกด้วย
ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครอบครัว บางบ้านอาจจะสะดวกใช้ที่ล้างจมูกทารก
แต่บางบ้านก็สะดวกที่จะใช้กระบอกฉีดยาแบบไม่ใส่เข็ม หรือใช้ขวดยาหยอดตาแทน ซึ่งไม่มีถูกหรือผิด ใครใคร่ใช้ก็สามารถใช้ได้
แต่ถ้าหากไม่ใช้ ก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด
ข้อสำคัญคือเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ที่ควรจะต้องมีการล้างทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังการล้างจมูก
เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกสะสม
คุณพ่อคุณแม่สามารถล้างจมูกทารกได้ตั้งแต่กี่เดือน
คุณพ่อคุณแม่สามารถล้างจมูกทารกได้ตั้งแต่ทารกวัยแรกเกิดเป็นต้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก
หายใจไม่ออก ก็สามารถทำการล้างจมูกได้
การล้างจมูกทารกนั้นไม่อันตรายหากทำอย่างเหมาะสม ล้างอย่างถูกต้อง และไม่ละเลยความสะอาด ก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงใด
ๆ จากการล้างจมูกได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนล้างจมูกควรให้ลูกได้กินอาหารเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอาเจียน หรือการสำลักในขณะที่ล้างจมูก
ควรล้างจมูกทารกบ่อยแค่ไหน
หากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก หายใจไม่ออก คุณพ่อคุณแม่ควรล้างจมูกให้ลูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้า
และช่วงเย็น
ไขข้อข้องใจเรื่องการล้างจมูกทารกกับ Enfa Smart Club
น้ำเกลือล้างจมูกทารกยี่ห้อไหนดี?
น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกทารกสามารถเลือกได้หลายยี่ห้อ แต่สิ่งสำคัญคือ
ควรเลือกน้ำเกลือยี่ห้อที่ผลิตน้ำเกลือในเกรดโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและไม่ระคายเคือง
สามารถหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำ
ล้างจมูกลูก
แต่น้ำเกลือไม่ไหลออกมา?
กรณีที่ล้างจมูกเด็กแล้วน้ำเกลือไม่ไหลออกมา อาจเป็นไปได้ว่าน้ำเกลือไหลออกทางปากแทน
เนื่องจากอวัยวะจากจมูกถึงปากนั้นเชื่อมต่อกัน คุณพ่อคุณแม่ควรตะแคงศีรษะของเด็กแค่เพียงเล็กน้อย
การแหงนศีรษะมากเกินไปอาจทำให้น้ำเกลือไหลย้อนกลับเข้าปากได้
วิธีล้างจมูกให้ลูก ทำยังไง?
วิธีล้างจมูกลูก สามารถทำได้ดังนี้
1. ก่อนจะเริ่มทำการล้างจมูกให้เด็ก คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่จะทำการล้างจมูกควรล้างมือให้สะอาดเสียก่อน
2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการล้างจมูก ได้แก่
- น้ำเกลือล้างจมูกทารก 0.9% หรือใช้น้ำเกลือขวดขนาด 100 ซีซีก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรใช้น้ำเกลือขวดใหญ่ เพราะในทุก ๆ
การเปิดปิดขวดน้ำเกลืออาจทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคได้ ควรเลือกน้ำเกลือขนาด 100 ซีซี
เพราะเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง
- ภาชนะสะอาดหรือถ้วยสำหรับใส่น้ำเกลือ
- กระบอกฉีดยาแบบไม่ใส่เข็ม หรือจะใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เช่นกัน
- ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำจมูก
- กระดาษชำระ หรือผ้าสะอาดสำหรับเช็ดทำความสะอาด
3. ก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป อาจใช้น้ำเกลือที่อยู่ในอุณหภูมิห้องได้เลย หรือหากอากาศเย็น สามารถนำน้ำเกลือมาทำการอุ่นก่อน
โดยทำการต้มน้ำ แล้วเทน้ำใส่ภาชนะ จากนั้นนำขวดน้ำเกลือลงไปอุ่นในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที
การอุ่นน้ำเกลือจะช่วยให้น้ำเกลือมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับโพรงจมูก และหลังจากอุ่นน้ำเกลือแล้ว
ให้นำขวดน้ำเกลือมาแนบกับหลังมือ เพราะความอุ่นของน้ำเกลือนั้น ควรจะอุ่นในลักษณะที่หลังมือของเราสามารถทนได้
ไม่ควรร้อนจนเกินไป
4. เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้วให้เริ่มเทน้ำเกลือลงในกระบอกฉีดยา(ที่ไม่ใส่เข็ม)จนเต็ม
หรือใครสะดวกใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เหมือนกัน
5. หากเด็กดิ้น หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวเด็กไว้
6. จัดท่าทางให้เด็กนอนอยู่ในท่าที่ศีรษะสูง ป้องกันไม่ให้เกิดการสำลัก แต่ถ้าเป็นเด็กโตที่สามารถสั่งน้ำมูกเองได้แล้ว
ก็เพียงแค่ให้เด็กแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย
7. จับหน้าของเด็กให้นิ่ง อย่าให้ขยับหรือเคลื่อนไหว แล้วค่อย ๆ หยดน้ำเกลือลง 2-3 หยด หรือฉีดเข้าจมูกแค่เพียงครั้งละ
0.5 ซีซี
8. สำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ ให้ใช้ลูกยางแดงในการดูดเอาน้ำมูกออกมา
โดยทำทีละข้าง แต่เด็กที่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ก็ให้สั่งน้ำมูกออกมาพร้อมกันทั้งสองข้างได้เลย
9. ทำซ้ำจนกระทั่งไม่มีเสมหะตกค้างในจมูกแล้ว
10. ล้าง-จัดเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
ส่วนน้ำเกลือที่เหลือให้ทิ้งให้หมด ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อจะล้างรอบต่อไปก็ให้ใช้น้ำเกลือขนาดขวด 100 ซีซีขวดใหม่
ล้างจมูก น้ำเกลือลงคอ
เป็นเพราะอะไร?
เพราะอวัยวะช่องจมูก ช่องปาก และลำคอนั้นเชื่อมต่อกัน หากแหงนหน้ามากเกินไป อาจทำให้น้ำเกลือไหลย้อนกลับลงคอได้
ดังนั้นวิธีล้างจมูกให้ลูกควรแหงนหน้าเด็กหรือตะแคงศีรษะแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ล้างจมูกทารก 1 เดือน
อันตรายไหม?
การล้างจมูกทารกสามารถทำได้ตั้งแต่ทารกช่วงขวบปีแรก แม้จะอายุยังไม่เต็มขวบดีก็สามารถทำได้ โดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่และลูกน้อย