Enfa สรุปให้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
การมีลูกน้อยในอ้อมกอดอาจเป็นความฝันของหลายคู่รัก แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ ทำให้บางครั้งการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ ART (Assisted Reproductive Technology) ซึ่งในปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น การผสมเทียม (IUI) การทำชิฟท์ (ZIFT) หรือ การทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นต้น
อีกหนึ่งวิธีที่คนอาจได้ยินบ่อยในอดีตคือ “GIFT” (Gamete Intrafallopian Transfer) ภาษาไทยมักเรียกว่าการ “ทำกิ๊ฟ”
หลายคนอาจสับสนว่า “ทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว ต่างกันยังไง” รวมถึงเรื่องทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว ราคาต่างกันเยอะไหม แล้วแต่ละวิธีมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง GIFT กับ IVF อย่างละเอียดกันค่ะ
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ สองชื่อที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มักได้ยินคือ ivf กับ gift หรือเด็กหลอดแก้ว ซึ่ง ทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว ต่างกันยังไง เรามาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันค่ะ
GIFT : Gamete Intra-Fallopian Transfer
การทำกิ๊ฟ หรือ Gamete Intra fallopain Transfer เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกได้ดี มีจุดเด่นก็คือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีกระบวนการใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เพราะเมื่อนำไข่ และเชื้ออสุจิทำการผสมกันแล้ว แพทย์ผู้ดูแลจะทำการผ่าตัดนำกลับเข้าไปยังท่อนำไข่เพื่อให้เกิดจากปฏิสนธิภายในร่างกาย เมื่อเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตังไปฝังในโพรงมดลูกและทำให้เกิดเป็นภาวะตั้งครรภ์ มีขั้นตอนดังนี้
ข้อดี:
ข้อจำกัด:
IVF : In Vitro Fertilization หรือที่เรียก “เด็กหลอดแก้ว”
เด็กหลอดแก้ว หรือ In Vitro Fertillization คือการใช้เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพันธุ์ สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก ด้วยการนำไข่ และอสุจิมาผสมกันให้มีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยทำในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดตัวอ่อนแล้วนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้ฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์ต่อไป คำว่า “In Vitro” แปลว่า “ในหลอดแก้ว” หมายถึงการปฏิสนธิภายนอกร่างกายในห้องทดลอง (lab) หลังจากปฏิสนธิแล้วจึงย้ายตัวอ่อน (Embryo) กลับเข้าโพรงมดลูก มีขั้นตอนดังนี้
ข้อดี:
ข้อจำกัด:
ความแตกต่างระหว่างทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว
การทำกิ๊ฟท์และเด็กหลอดแก้วนั้นจะมีความเหมือนกันในด้านเป้าหมายก็คือ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกให้แก่ผู้ที่มีภาวะมีลูกยาก แต่ในด้านของเทคนิคและกระบวนการนั้นจะค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้
การทํา ivf กับ gift นั้น แต่ละวิธีเหมาะกับสถานการณ์แตกต่างกัน ดังนี้น ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการ นอกจากนั้น การเพิ่มโอกาสมีลูกยังมีวิธีอื่นๆ อีก ได้แก่
การผสมเทียม (Intrauterine Insemination , IUI)
เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องเชื้ออสุจิไม่ปกติ แต่ฝ่ายหญิงมีมดลูกในสภาพที่ดีและท่อนำไข่ไม่ตีบตัน โดยจะทำการกระตุ้นไข่ และนำเชื้ออสุจิของฝ่ายชายมาฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตก โดยคัดอสุจิตัวที่แข็งแรงฉีดเข้าไป
การทำชิฟท์ (Zygote Intrafallopian Transfer, ZIFT)
วิธีนี้ทำได้โดยมีการกระตุ้นรังไข่จนฟองไข่ได้ขนาดที่เหมาะสม และทำการเก็บไข่ผ่านช่องคลอด แล้วนำไข่ที่ได้มาผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการจนปฏิสนธิ แล้วเลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน ต่อจากนั้นจึงนำตัวอ่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์ต่อไป
อัตราความสำเร็จต่อรอบจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 เปอร์เซนต์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพังผืดในอุ้งเชิงกราน ท่อนำไข่อุดตัน ไข่ไม่ตกเนื่องจากระบบฮอร์โมน ฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ เช่น เชื้ออสุจิน้อย เคลื่อนไหวไม่ดี
การทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection , ICSI)
เป็นการช่วยการปฏิสนธิ ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิคุณภาพไม่ดี แพทย์จะคัดเลือกตัวอสุจิที่ดีที่สุดภายใต้กล้องจุลทรรศน์แล้วฉีดเข้าไปที่เซลล์ไข่โดยตรงให้เกิดการปฏิสนธิ ซึ่งต่างจากเด็กหลอดแก้ว คือ ให้อสุจิและไข่ผสมกันเอง ด้วยการใส่ไว้ด้วยกัน เมื่อเลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน จึงนำตัวอ่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกอัตราความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์
การเจาะเก็บอสุจิโดยตรวจจากอัณฑะ (Tescular Epididymal Sperm Extraction : TESE)
เป็นการผ่าตัดชิ้นเนื้อที่อัณฑะเพียงเล็กน้อยแล้วแยกตัวอสุจิที่อยู่ในเนื้ออัณฑะออกมา จากนั้นนำไปทำอิ๊กซี่(ICSI) ต่อไป ในกรณีที่ฝ่ายชายมีการอุดตันของท่อนำอสุจิ หรือไม่มีท่ออสุจิตั้งแต่กำเนิด หรือมีปัญหาของการหลั่งน้ำอสุจิ
หลังจากรู้ “ความต่างของ GIFT กับ IVF” แล้ว อีกหนึ่งคำถามใหญ่คือ ทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว ราคา ต่างกันมากน้อยแค่ไหน หลายคนอาจเคยได้ยินว่า IVF แพงกว่า แต่รายละเอียดค่าใช้จ่ายจริงเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ
โครงสร้างค่าใช้จ่าย
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่าย
เรื่องอะไรบ้างที่ควรคำนึงเมื่อต้องการทำ IVF หรือ GIFT
การทํากิ๊ฟกับหลอดแก้ว ราคาแตกต่างกันขึ้นกับขั้นตอนและเทคโนโลยีที่ใช้ โดยทั่วไป IVF จะแพงกว่า GIFT เพราะมีค่าแลปเลี้ยงตัวอ่อนและตรวจคัดกรอง แต่ก็มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าได้ในหลายกรณี คู่รักควรประเมินกำลังทรัพย์ และโอกาสความสำเร็จร่วมกับคำแนะนำของแพทย์
ตามความหมายทางการแพทย์ ภาวะมีบุตรยากหมายถึง การที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้คุมกำเนิด และมีเพศสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 ปี แล้วยังไม่ตั้งครรภ์
ซึ่งหากสามีภรรยาคู่ใดมีปัญหาการมีบุตรยาก คือต้องการที่จะมีลูกและทราบว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีลูกยาก เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ เคยได้รับอุบัติเหตุหรือได้รับการผ่าตัดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นรังไข่หรืออัณฑะ ก็สามารถมาปรึกษาแพทย์ได้โดยไม่ต้องรอให้ครบ 1 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงอายุเกิน 35 ปี
ไม่ว่าจะเลือกว่า GIFT กับ IVF หรือวิธีอื่น ๆ เช่น IUI การตัดสินใจควรผ่านการประเมินสุขภาพและความพร้อมอย่างถี่ถ้วน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรทราบอะไรบ้างก่อนเข้ารับการรักษา มาดูกัน
1. ประเมินสาเหตุของภาวะมีบุตรยากก่อน
2. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก
แพทย์จะอธิบายว่า “วิธี GIFT เหมาะกับกรณีใด” เช่น ท่อนำไข่ปกติ แต่อยากให้ปฏิสนธิในร่างกาย หรือ “IVF” เหมาะเมื่อมีปัญหาท่อนำไข่ อสุจิน้อย หรืออยากคัดตัวอ่อนคุณภาพ
เมื่อเลือกแนวทางแล้วอาจต้องลงรายละเอียดเรื่องขั้นตอน เช่น การกระตุ้นไข่ เก็บไข่ เก็บอสุจิ วันนัดตรวจ ฯลฯ
3. เตรียมร่างกายและจิตใจ
4. ควบคุมงบประมาณ
แต่ละวิธีมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง พ่อแม่ควรวางแผนการเงินล่วงหน้า เผื่อทำมากกว่า 1 รอบ
บางสถานพยาบาลมีโปรแกรมแพ็กเกจครอบคลุมหลายรอบ หรือโปรแกรมคืนเงินบางส่วนหากไม่สำเร็จ
5. โภชนาการและการเลี้ยงดูหลังตั้งครรภ์
หากประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์แล้ว อย่าลืมเตรียมโภชนาการที่เหมาะสม เช่น DHA, โคลีน, ธาตุเหล็ก, และ MFGM เพื่อสร้างพื้นฐานสมองและภูมิคุ้มกันในช่วง 5 ปีแรก
ปรึกษาแพทย์เรื่องการออกกำลังกายและการดูแลครรภ์แบบพิเศษหรือไม่ เนื่องจากบางครั้งการตั้งครรภ์ผ่านเทคโนโลยีอาจต้องดูแลใกล้ชิดกว่าตั้งครรภ์ธรรมชาติ
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจเลือกเทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น GIFT หรือ IVF สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือการเตรียมความพร้อมทางโภชนาการของคุณแม่ (และคุณพ่อ) ให้สมบูรณ์ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3-6 เดือน เพราะร่างกายของเราจะเป็นแหล่งสารอาหารหลักที่มอบให้ลูกน้อยตั้งแต่ระยะแรกเริ่มของการปฏิสนธิ จนกระทั่งคลอดออกมา และช่วง 5 ปีแรกก็เป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างพื้นฐานสุขภาพและพัฒนาการของลูก
การได้รับโภชนาการที่ดี มีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงสำคัญกับพัฒนาการลูกในครรภ์ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพ และช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วย
โภชนาการที่ดีหมายถึง การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล คือได้รับทั้งสารอาหารหลัก (โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารอาหารรอง (เกลือแร่ และวิตามิน) ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่
นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเสริมสารอาหารอย่างกรดโฟลิก และวิตามินบี 12 ที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพใจให้ดี เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่ และเจ้าตัวน้อย
Enfa สรุปให้: ภาวะมีบุตรยาก คือ ภาวะที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายมีปัญหาที่เกี่ยวเน...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ เมนส์มา 2 ครั้งใน 1 เดือนท้องมั้ย? อาจเป็นไปได้ว่ามีการตั้งครรภ์จริง แต่แท้งบุตรไปแ...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ ตกขาวสีน้ำตาล อาจเกิดจากเลือดประจำเดือนเก่าที่ยังตกค้างอยู่ ตกขาวจึงอาจมีการปะปนทำใ...
อ่านต่อ