Enfa สรุปให้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
การร่วมรัก และปฏิสัมพันธ์บนเตียงนอนของสามีภรรยา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับ “การมีลูก” ที่ถือเป็นความใฝ่ฝันของหลายคู่รัก นอกเหนือจาก เหตุผลด้านสุขภาพ อายุ หรือไลฟ์สไตล์
สำหรับบางคู่ก็อาจต้องใช้ความพยายามและใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ และคุณพ่อคุณแม่หลายคนยังคงมีคำถามถึง “ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” เพราะเชื่อกันว่า การปรับเปลี่ยนท่าเพศสัมพันธ์ให้เหมาะสม อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่เราจะตั้งครรภ์ได้ไม่ใช่แค่เรื่องท่วงท่าเท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของอสุจิ สุขภาพของฝ่ายหญิง หรือสภาวะฮอร์โมนต่าง ๆ ในบทความนี้ เราจึงจะไขความลับเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้กันค่ะ
นอกจากการดูแลร่างกายทั้งในเชิงโภชนาการ และความเป็นอยู่สำหรับคู่แต่งงานที่อยากมีลูก คำถามยอดฮิตในกลุ่มคู่รักที่เตรียมมีลูก ก็คือ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” หรือ “ท่าที่มีลูกง่ายที่สุด”
คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์อาจไม่ได้ระบุตายตัวว่า “ท่านี้ดีที่สุดแบบ 100%” แต่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเชื่อว่า ท่วงท่าที่ช่วยให้อสุจิอยู่ใกล้ปากมดลูก และไม่ไหลออกจากช่องคลอดเร็วเกินไป อาจส่งผลให้โอกาสปฏิสนธิสูงขึ้น
การตั้งครรภ์เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การใช้ชีวิต ความเครียด รวมไปถึงความพร้อมทางด้านสุขภาพร่างกาย โดยมีปัจจัยในการมีลูก ดังนี้
การวางแผนตั้งครรภ์
การวางแผนตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภง่ายขึ้น ซึ่งช่วงวัยที่เหมาะสมของโอกาสในการตั้งครรภ์สูงคือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากช่วงวัยนี้ ร่างกายของฝ่ายหญิงจะมีความสมบูรณ์ แข็งแรงและฮอร์โมนหญิงอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์
ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน
การบำรุงร่างกายรับประทานอาหารอาหารให้ครบ 5 หมู่และสารอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมีสุขภาพร่างกายและระบบสืบพันธุ์ที่แข็งแรง พร้อมที่จะมีลูก
ลดความเครียด
ความเครียดจะส่งผลรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ ทำให้ไข่เจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ในฝ่ายหญิง ส่วนในฝ่ายชาย ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน และอสุจิลดต่ำลง เป็นผลของการมีลูกยากนั้นเอง
งดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะส่งผลให้มีลูกยากมากขึ้น สำหรับแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จะทำให้ปริมาณของอสุจิลดลง ไม่มีคุณภาพ ไม่แข็งแรง ฮอร์โมนผิดปกติ และลดการตกไข่ของฝ่ายหญิง
ทำความรู้จักวันตกไข่ หรือ วันไข่ตก
หากคุณแม่วางแผนที่จะมีลูกต้องเข้าใจรอบเดือนของตัวเอง ว่าเวลาใดที่คุณจะมีการตกไข่ การนับวันตกไข่เป็นหนึ่งในวิธีที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนช่วงตกไข่ประมาณ 1-2 วัน จะทำให้อสุจิเข้าไปรอที่รังไข่เพื่อรอให้ไข่ตกลงมา และทำการปฏิสนธิจนเกิดการตั้งครรภ์ในที่สุด
ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์
แนะนำควรมีวันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง ไม่ควรจะหักโหมมีทุกวัน แม้ว่าการมีทุกวันจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้จริง แต่ความเหนื่อยอาจเพิ่มความเครียดและทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลง ไม่แข็งแรงได้ รวมทั้งท่าการมีเพศสัมพันธ์ก็มีส่วนช่วยได้อีกทางหนึ่ง
ถ้าอย่างนั้นแล้ว ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ท่าเพศสัมพันธ์มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
ท่าพื้นฐานที่หลายคนบอกว่า “ท้องง่ายที่สุด”
ข้อควรระวัง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีท่าเดียวที่รับประกัน แต่ท่าที่ช่วยให้อสุจิอยู่ในช่องคลอดและใกล้ปากมดลูกนานขึ้น เช่น Missionary, Doggy หรือ Spooning มักถูกกล่าวถึงว่าเป็น “ท่าที่มีลูกง่ายที่สุด” ทั้งนี้ ควรผสมผสานกับปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ เพื่อให้โอกาสตั้งครรภ์สูงยิ่งขึ้นนั่นเอง
นอกจาก เรื่องท่าไหนท้องง่ายสุดที่มีคนสนใจ ยังมีคำถามว่า “มีท่าไหนท้องยากบ้าง?” บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าเลือกท่าที่ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน (Woman on Top) หรือท่ายืน จะทำให้โอกาสท้องลดลงจริงไหม เรามาหาคำตอบกัน
ท่าเพศสัมพันธ์ที่เชื่อกันว่า “ท้องยาก”
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อ “ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องยาก”
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับท่ามีลูกง่าย
การบอกว่า “ท่านี้ท้องยาก” ไม่ได้หมายความว่าโอกาสเป็นศูนย์ ท้ายที่สุด การตกไข่และคุณภาพอสุจิเป็นปัจจัยหลักมากกว่า ขณะที่ ท่วงท่าที่ดูเหมือนอสุจิอาจไหลออกมาก อาจมีโอกาสน้อยลง แต่ไม่ได้ถึงกับเป็นไปไม่ได้
“ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องยาก” มีปัจจัยด้านแรงโน้มถ่วงและการสอดใส่ลึกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินทั้งหมด หากสุขภาพและช่วงไข่ตกเหมาะสม ก็ยังมีโอกาสท้องได้แม้เป็นท่ายืนหรือฝ่ายหญิงอยู่บน ดังนั้นควรมองปัจจัยสุขภาพและการวางแผนร่วมด้วยมากกว่าพึ่งแค่ท่วงท่า
หลังจากทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว เราลองมาดูกันบางนะคะว่า 15 ท่ามีลูกง่าย ที่นิยมกล่าวถึงกันอยู่บ่อยๆ มีอะไรบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การนำไปใช้งานจริง ควรปรับให้เหมาะสมกับความสบายและสุขภาพของทั้งสองฝ่ายนะคะ
1. ท่า Missionary
ท่าปกติของการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแค่ให้ผู้หญิงนอนหงาย กางขาออกเล็กน้อย แล้วให้ผู้ชายสอดใส่จากด้านบน ท่านี้จะช่วยให้ส่วนหัวของอวัยวะเพศชาย แตะเข้ากับปากมดลูก จึงช่วยให้อสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกได้ง่าย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ฝ่ายชายนอนคว่ำด้านบน
เหตุผล: เป็นท่าที่องคชาตเข้าใกล้ปากมดลูกมากที่สุด และแรงโน้มถ่วงเอื้อให้ตัวอสุจิอยู่ภายในช่องคลอดได้นาน
เคล็ดลับเพิ่ม: หนุนหมอนใต้สะโพกฝ่ายหญิงเล็กน้อย ช่วยยกเชิงกรานให้มั่นคง
2. Modified Missionary
ให้ฝ่ายหญิงยกขาขึ้น และใช้หมอนหนุนสะโพก การที่บริเวณอุ้งเชิงกรานกระดกขึ้นจะช่วยให้ฝ่ายชายสอดใส่ได้ลึกขึ้น
ลักษณะ: คล้าย Missionary แต่ใส่หมอนเล็กใต้สะโพกฝ่ายหญิงเพื่อยกมุมเชิงกราน
เหตุผล: เพิ่มโอกาสที่น้ำอสุจิจะค้างอยู่ในช่องคลอด ไม่ไหลออกมาเร็วเกินไป
ข้อควรระวัง: ถ้าหมอนสูงเกินไป อาจทำให้ปวดหลัง ควรเลือกความหนาเหมาะสม
3. Doggy Style
ท่านี้ฝ่ายหญิงจะต้องทำท่าคลานสี่ขา แล้วหันหลังให้กับผู้ชาย ท่านี้เป็นอีกทีท่าที่ช่วยให้อวัยวะเพศชายสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกจนถึงปากมดลูก ซึ่งจะช่วยให้อสุจิสามารถเดินทางเข้าสู่มดลูกได้ง่ายขึ้น
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงคุกเข่า ยึดมือสองข้างที่พื้นหรือเตียง ฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลัง
เหตุผล: เป็นท่าที่สอดใส่ลึก และอาจทำให้อสุจิใกล้ปากมดลูก หากทำอย่างระมัดระวัง
ข้อควรระวัง: ถ้าสอดใส่แรงหรือผิดมุม อาจเกิดการเจ็บปวดได้
4. Spooning
ท่านี้คู่รักจะหันหน้าไปทางเดียวกัน ฝ่ายสามีโอบกอดภรรยาไว้ ชื่อนี้มีต้นกำเนิดมาจากวิธีที่ช้อนสองคันจะถูกวางชิดติดกัน โดยอยู่ในตำแหน่งแนวตั้งกับถ้วยชาม
Spooning เป็นท่าที่ค่อนข้างสบายเพราะไม่มีแรงกดบนหน้าท้องหญิงตั้งครรภ์และมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ ฝ่ายชายจะอยู่ทางด้านหลังของหญิงตั้งครรภ์และเลือกมุมในการสอดใส่ พยายามหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงขวาหากเลือกใช้ท่านี้
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างนอนตะแคงไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลัง
เหตุผล: ท่าที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องออกแรงมาก ช่วยให้ฝ่ายหญิงไม่เกร็ง และยังรักษาน้ำอสุจิในช่องคลอดได้
ข้อดี: เหมาะกับคู่ที่ต้องการความโรแมนติกและความอ่อนโยน
5. Side-by-Side Facing
ท่านี้จะคล้ายกับท่าช้อน เพียงแต่ทั้งคุณแม่และคุณพ่อจะหันหน้าเข้าหากัน แต่ยังคงมีลักษณะแบบด้านข้างอยู่ ไม่ได้กดทับหน้าท้องแต่อย่างใด ได้ชื่อว่าเป็นท่วงท่าของการร่วมรักที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด
ลักษณะ: นอนตะแคงหันหน้าชนกัน ให้ฝ่ายชายสอดใส่จากมุมด้านข้าง
เหตุผล: คล้าย Spooning แต่มีการประสานสายตามากกว่า ผ่อนคลาย และอสุจิไม่ไหลออกง่าย
เคล็ดลับ: ควรใช้หมอนหนุนหลังหรือคอ เพื่อไม่ให้ปวดคอ
6. The Butterfly
ท่านี้ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่บนพื้นที่สูง เช่น เก้าอี้ โต๊ะ หรือไม่ก็เคาน์เตอร์ที่พอดีกับระดับเอวของฝ่ายชายจากนั้นให้ฝ่ายหญิงพาดขาไว้บนไหล่ของฝ่ายชาย เพื่อให้การสวมสอดเป็นไปได้แบบลึกที่สุด
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงายบนขอบเตียงหรือพื้นผิวที่สูงเล็กน้อย ขณะที่ฝ่ายชายยืนหรือคุกเข่าข้างเตียง
เหตุผล: ทำมุมเหมาะสมกับช่องคลอด ฝ่ายหญิงสามารถยกสะโพกขึ้นเพื่อรับการสอดใส่ลึก
ข้อควรระวัง: ต้องมั่นใจว่าเตียงหรือพื้นผิวไม่ลื่น
7. The Hook
ให้ผู้หญิงนอนหงาย กางขาออกเล็กน้อย แล้วให้ผู้ชายสอดใส่จากด้านบน ท่านี้จะช่วยให้ส่วนหัวของอวัยวะเพศชาย แตะเข้ากับปากมดลูก จึงช่วยให้อสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกได้ง่าย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นและงอเข่าพาดบนเอวหรือสะโพกฝ่ายชาย คล้ายท่า Missionary แต่ขาอยู่สูงขึ้น
เหตุผล: ช่วยทำให้มุมสอดใส่ลึก และลดการไหลออกของอสุจิ
ข้อควรระวัง: ต้องระวังปวดเข่าถ้าเหยียดนานเกินไป
8. The Bridge
ผู้ชายนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาพร้อมยกสะโพกของผู้หญิงขึ้นมาเล็กน้อย โดย ฝ่ายหญิงทำท่าเหมือนสะพานโค้ง สะโพกยกขึ้น ฝ่ายชายนอนคว่ำตามแนวลำตัว
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงทำท่าเหมือนสะพานโค้งแต่มีการหนุนหมอนใต้หลัง สะโพกยกขึ้น ฝ่ายชายนอนคว่ำตามแนวลำตัว
เหตุผล: เน้นให้เชิงกรานฝ่ายหญิงอยู่สูง ช่วยอสุจิไม่ไหลย้อนออก
ข้อควรระวัง: ท่านี้ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและเอวฝ่ายหญิง อาจไม่เหมาะกับทุกคน
9. The Plow หรือ The Plough
ทวงท่าที่แขนขาของผู้ชายต้องรวมใจเป็นหนึ่งผูกพันสามัคคี แต่อาจจะต้องขออนุญาตผู้หญิงเสียก่อนทำท่านี้ เพราะมีความ Extreme สำหรับผู้หญิงและอาจจะไม่ชอบมันเสียเท่าไหร่
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย งอเข่าชิดอก หรือยกขาพาดบ่าฝ่ายชาย ทำมุมคล้าย “ครึ่งศีรษะตั้งฉาก”
เหตุผล: สอดใส่ได้ลึกมาก และองคชาตอยู่ใกล้ปากมดลูก
ข้อควรระวัง: ท่านี้ค่อนข้างลึก อาจเจ็บหากแรงเกินไป
10.The Cat (Coital Alignment Technique)
ท่า CAT เป็นท่าที่คล้ายกับท่ามิชชันนารี แต่ร่างกายของผู้ชายจะอยู่เหนือกว่าและเอนไปด้านบนมากกว่า หัวไหล่ของผู้ชายจะอยู่ใกล้กับหัวไหล่ของผู้หญิง
ลักษณะ: ผู้ชายจะอยู่บนโดยหัวไหล่ของผู้ชายจะอยู่ใกล้กับหัวไหล่ของผู้หญิง ผู้หญิงอขาประมาณ 45 องศาเพื่อกระดกสะโพกขึ้น เพื่อให้ฐานขององคชาตสัมผัสกับคลิตอริสของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง
เหตุผล: ท่าที่มีการสัมผัสและควบคุมความลึกได้พอประมาณ หากจัดมุมดี อสุจิไม่ไหลออกมาก
เคล็ดลับ: อาจจะบอกให้ผู้หญิงยืดขา และให้ผู้ชายกดเชิงกรานลง 2-3 นิ้วขณะที่อีกฝ่ายยกตัวขึ้น
11. Legs on Shoulders
ท่าร่วมรักโดยตำแหน่งผู้ชายจะอยู่ด้านบน ส่วนผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ก่อนนำขาทั้ง 2 ข้างของเธอมาวางพาดไว้บนไหล่และขยับสะโพกเข้าหา พร้อมจับประคองขาเอาไว้ป้องกันการหลุดตำแหน่ง โดยท่านี้จะช่วยให้หนุ่ม ๆ เข้าถึงลึกมากขึ้น และยังสลับพาดแบบขาเดียว เพื่อเพิ่มสัมผัสที่แตกต่างได้อีกด้วย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ยกขา 2 ข้างขึ้น ฝ่ายชายคุกเข่าหรือยืนข้างเตียง
เหตุผล: เน้นการสอดใส่ ช่วยกระชับและลึก
ข้อควรระวัง: ต้องดูให้มั่นคงไม่ให้ขาเกร็งเกินไป
12. The Chair or Edge
ท่านี้จะเป็นท่าที่ทำให้ ฝ่ายชายสามารถสอดใส่ได้ลึกโดยมีตัวช่วยอย่าง เก้าอี้ เพื่อทำให้เชื้ออสุจิสามารถเข้าไปสู่รังไข่ได้เพิ่มขึ้น
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนั่งบนเก้าอี้หรือโซฟา ฝ่ายชายยืนหรือคุกเข่าด้านหน้า
เหตุผล: ถ้าปรับองศาให้เหมาะสม ก็สามารถสอดใส่ลึกและใกล้ปากมดลูกได้
ข้อควรระวัง: แรงโน้มถ่วงอาจมีผล ควรหาหมอนรองสะโพกหากจำเป็น
13. The Table Top
เป็นท่าร่วมรักที่คล้ายกับ The Chair จากกการมีอุปกรณ์เสริม เพื่อทำให้การสอดใส่ หรือการเข้าไปถึงปากมดลูกของผู้ชายนั้น ทำได้ง่ายขึ้น
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนั่งหรือเอนบนโต๊ะ (ต้องแข็งแรง) ฝ่ายชายยืนข้างหน้า
เหตุผล: คล้าย “The Butterfly” แต่ปรับความสูงตามโต๊ะ ช่วยให้มุมสอดใส่เหมาะสม
ข้อควรระวัง: ตรวจสอบความมั่นคงของโต๊ะ
14. The Opposite
เป็นท่าสบายๆ ผ่อนคลายอีกด้วย สำหรับท่านี้อยู่ในลักษณะ โดยผู้ชายนั่งอยู่บนเตียง เก้าอี้หรือโซฟา เอนหลังเล็กน้อย ผู้หญิงนั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากัน สองแขนโอบกอดกัน สองขาไขว้เกี่ยวรัดกัน เป็นท่าที่ยืดหยุ่นได้ดี
ลักษณะ: ถือว่าเป็นอีกท่าที่โรแมนติก ท่านี้ควรทำต่อเนื่องจากท่ามิชชันนารี และท่าผู้หญิงอยู่ข้างบนเพื่อความรู้สึกลื่นไหล
เหตุผล: หากทำเป็นเวลาสั้น ๆ และอสุจิมีการปล่อยภายในลึกๆ ก็อาจลดการไหลออก
ข้อควรระวัง: ท่านี้มีแรงโน้มถ่วงมาก ควรมั่นใจว่ามีกำลังอุ้มกันได้ปลอดภัย
15. The Scissors
ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างนอนตะแคงเป็นรูป “กรรไกร” ขาสลับสานกัน
ลักษณะ: องศาอาจซับซ้อน แต่ทำได้หากสบายทั้งคู่
เหตุผล: แม้จะดูยาก แต่ถ้าจัดได้พอเหมาะ อาจช่วยให้สอดใส่ลึกและเกิดการผ่อนคลาย
ข้อควรระวัง: ระวังปวดข้อต่อหรือเอว ถ้าทำเป็นเวลานาน
15 ท่ามีลูกง่าย นี้เป็นเพียงแนวทาง แต่ละคู่ควรเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับความสบายและสุขภาพของทั้งสองฝ่าย ไม่มีกฎตายตัวว่าท่าใดท่าเดียวดีที่สุด เพราะยังต้องพึ่งปัจจัยสุขภาพ ช่วงเวลาตกไข่ และคุณภาพของอสุจิในการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
การวางแผนตั้งครรภ์หรือการมีลูกอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การเตรียมท่วงท่าหรือจับ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” ให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณพ่อ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องเป็นผู้มอบสารอาหารต่าง ๆ ให้ลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นม
การได้รับโภชนาการที่ดี มีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงสำคัญกับพัฒนาการลูกในครรภ์ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพ และช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วย
โภชนาการที่ดีหมายถึง การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล คือได้รับทั้งสารอาหารหลัก (โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารอาหารรอง (เกลือแร่ และวิตามิน) ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่
นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเสริมสารอาหารอย่างกรดโฟลิก และวิตามินบี 12 ที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพใจให้ดี เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่ และเจ้าตัวน้อย
Enfa สรุปให้: ภาวะมีบุตรยาก คือ ภาวะที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายมีปัญหาที่เกี่ยวเน...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ เมนส์มา 2 ครั้งใน 1 เดือนท้องมั้ย? อาจเป็นไปได้ว่ามีการตั้งครรภ์จริง แต่แท้งบุตรไปแ...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ ตกขาวสีน้ำตาล อาจเกิดจากเลือดประจำเดือนเก่าที่ยังตกค้างอยู่ ตกขาวจึงอาจมีการปะปนทำใ...
อ่านต่อ