นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

15 ท่ามีลูกง่าย เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ท่าไหนท้องง่ายสุด

Enfa สรุปให้

  • 15 ท่ามีลูกง่าย ที่นิยมกล่าวถึงกันอยู่บ่อยๆ ต้องไม่ลืมว่า การนำไปใช้งานจริง ควรปรับให้เหมาะสมกับความสบายและสุขภาพของทั้งสองฝ่าย
  • ท่ามีลูกง่าย นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเชื่อว่า ท่วงท่าที่ช่วยให้อสุจิอยู่ใกล้ปากมดลูก และไม่ไหลออกจากช่องคลอดเร็วเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้โอกาสปฏิสนธิสูงขึ้น
  • ท่าไหนท้องง่ายสุด ต้องไม่ลืมว่า การตั้งครรภ์เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การใช้ชีวิต ความเครียด รวมไปถึงความพร้อมทางด้านสุขภาพร่างกาย โดยมีปัจจัยในการมีลูก

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การร่วมรัก และปฏิสัมพันธ์บนเตียงนอนของสามีภรรยา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับ “การมีลูก” ที่ถือเป็นความใฝ่ฝันของหลายคู่รัก นอกเหนือจาก เหตุผลด้านสุขภาพ อายุ หรือไลฟ์สไตล์

สำหรับบางคู่ก็อาจต้องใช้ความพยายามและใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ และคุณพ่อคุณแม่หลายคนยังคงมีคำถามถึง “ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” เพราะเชื่อกันว่า การปรับเปลี่ยนท่าเพศสัมพันธ์ให้เหมาะสม อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่เราจะตั้งครรภ์ได้ไม่ใช่แค่เรื่องท่วงท่าเท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของอสุจิ สุขภาพของฝ่ายหญิง หรือสภาวะฮอร์โมนต่าง ๆ ในบทความนี้ เราจึงจะไขความลับเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้กันค่ะ 

ท่าไหนท้องง่ายสุด 

นอกจากการดูแลร่างกายทั้งในเชิงโภชนาการ  และความเป็นอยู่สำหรับคู่แต่งงานที่อยากมีลูก คำถามยอดฮิตในกลุ่มคู่รักที่เตรียมมีลูก ก็คือ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” หรือ “ท่าที่มีลูกง่ายที่สุด” 
คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์อาจไม่ได้ระบุตายตัวว่า “ท่านี้ดีที่สุดแบบ 100%” แต่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเชื่อว่า ท่วงท่าที่ช่วยให้อสุจิอยู่ใกล้ปากมดลูก และไม่ไหลออกจากช่องคลอดเร็วเกินไป อาจส่งผลให้โอกาสปฏิสนธิสูงขึ้น

การตั้งครรภ์เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การใช้ชีวิต ความเครียด รวมไปถึงความพร้อมทางด้านสุขภาพร่างกาย โดยมีปัจจัยในการมีลูก ดังนี้ 

การวางแผนตั้งครรภ์
การวางแผนตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภง่ายขึ้น ซึ่งช่วงวัยที่เหมาะสมของโอกาสในการตั้งครรภ์สูงคือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากช่วงวัยนี้ ร่างกายของฝ่ายหญิงจะมีความสมบูรณ์ แข็งแรงและฮอร์โมนหญิงอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์

ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน
การบำรุงร่างกายรับประทานอาหารอาหารให้ครบ 5 หมู่และสารอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมีสุขภาพร่างกายและระบบสืบพันธุ์ที่แข็งแรง พร้อมที่จะมีลูก

ลดความเครียด
ความเครียดจะส่งผลรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ ทำให้ไข่เจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ในฝ่ายหญิง ส่วนในฝ่ายชาย ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน และอสุจิลดต่ำลง เป็นผลของการมีลูกยากนั้นเอง

งดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะส่งผลให้มีลูกยากมากขึ้น สำหรับแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จะทำให้ปริมาณของอสุจิลดลง ไม่มีคุณภาพ ไม่แข็งแรง ฮอร์โมนผิดปกติ และลดการตกไข่ของฝ่ายหญิง

ทำความรู้จักวันตกไข่ หรือ วันไข่ตก
หากคุณแม่วางแผนที่จะมีลูกต้องเข้าใจรอบเดือนของตัวเอง ว่าเวลาใดที่คุณจะมีการตกไข่ การนับวันตกไข่เป็นหนึ่งในวิธีที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนช่วงตกไข่ประมาณ 1-2 วัน จะทำให้อสุจิเข้าไปรอที่รังไข่เพื่อรอให้ไข่ตกลงมา และทำการปฏิสนธิจนเกิดการตั้งครรภ์ในที่สุด

ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์
แนะนำควรมีวันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง ไม่ควรจะหักโหมมีทุกวัน แม้ว่าการมีทุกวันจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้จริง แต่ความเหนื่อยอาจเพิ่มความเครียดและทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลง ไม่แข็งแรงได้ รวมทั้งท่าการมีเพศสัมพันธ์ก็มีส่วนช่วยได้อีกทางหนึ่ง 

ถ้าอย่างนั้นแล้ว ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ท่าเพศสัมพันธ์มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

  • มุมในการสอดใส่: ท่าที่ส่งเสริมให้ปลายองคชาตอยู่ลึกใกล้ปากมดลูกมากขึ้น อาจลดระยะทางที่อสุจิต้องว่ายไปถึงปากมดลูก
  • แรงโน้มถ่วง: การให้ท่าที่ตัวฝ่ายหญิงอยู่ล่าง หรือเอียงน้อย ลดโอกาสที่น้ำอสุจิไหลย้อนออก
    ความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ: หากฝ่ายหญิงผ่อนคลาย มีการขยายช่องคลอดอย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้การเดินทางของอสุจิเป็นไปได้ง่ายขึ้น
  • เวลานอนพักหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม: การที่ฝ่ายหญิงนอนหงายสัก 10-15 นาทีหลังร่วมเพศ ช่วยไม่ให้อสุจิไหลออกมาเร็วจนเกินไป

ท่าพื้นฐานที่หลายคนบอกว่า “ท้องง่ายที่สุด”

  • Missionary (ฝ่ายหญิงนอนหงาย ฝ่ายชายอยู่ด้านบน): ท่าพื้นฐานที่ถือเป็น “ท่ามีลูกง่าย” อันดับต้น ๆ เพราะองคชาตอยู่ในตำแหน่งที่ลึก และมุมที่อสุจิสามารถเข้าถึงปากมดลูกได้ง่าย
  • Doggy Style (ฝ่ายหญิงคุกเข่า ฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลัง): เชื่อว่ามุมนี้ทำให้สอดใส่ลึกและใกล้ปากมดลูกได้ดี ไม่แพ้ท่า Missionary
  • Spooning (นอนตะแคงด้วยกัน ฝ่ายชายสอดใส่ด้านหลัง): อาจจะไม่ลึกเท่า Doggy แต่ถ้าจัดมุมให้เหมาะสม ก็ช่วยให้ฝ่ายหญิงผ่อนคลาย และอสุจิไหลออกยากขึ้น
  • Modified Missionary (หนุนหมอนเล็กใต้สะโพกฝ่ายหญิง): เป็นการปรับ Missionary เพื่อให้สะโพกฝ่ายหญิงยกขึ้นเล็กน้อย ลดแรงโน้มถ่วงของอสุจิไหลออก

ข้อควรระวัง

  • แม้ว่านักวิชาการบางกลุ่มสนับสนุนว่า ท่าใดท่าหนึ่งอาจมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริง แต่หลักฐานทางการแพทย์ยังไม่ยืนยัน 100% เพราะปัจจัยอื่นมีบทบาทใหญ่กว่าท่าเพศสัมพันธ์ เช่น ช่วงเวลาตกไข่ สุขภาพอสุจิ ฯลฯ
  • ไม่ควรเครียดกับท่วงท่าจนกระทบต่อความสัมพันธ์ คู่รักบางคู่ที่ทำตามท่าแล้วรู้สึกอึดอัด เกร็ง หรือเจ็บ ไม่ควรฝืน เพราะอาจลดโอกาสตั้งครรภ์จากความเครียดและความไม่สบาย

อย่างไรก็ตาม ไม่มีท่าเดียวที่รับประกัน แต่ท่าที่ช่วยให้อสุจิอยู่ในช่องคลอดและใกล้ปากมดลูกนานขึ้น เช่น Missionary, Doggy หรือ Spooning มักถูกกล่าวถึงว่าเป็น “ท่าที่มีลูกง่ายที่สุด” ทั้งนี้ ควรผสมผสานกับปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ เพื่อให้โอกาสตั้งครรภ์สูงยิ่งขึ้นนั่นเอง 

 

ท่ามีลูกง่าย ท่าไหนท้องยาก มีปัจจัยใดเกี่ยวข้องบ้าง

นอกจาก เรื่องท่าไหนท้องง่ายสุดที่มีคนสนใจ ยังมีคำถามว่า “มีท่าไหนท้องยากบ้าง?” บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าเลือกท่าที่ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน (Woman on Top) หรือท่ายืน จะทำให้โอกาสท้องลดลงจริงไหม เรามาหาคำตอบกัน

ท่าเพศสัมพันธ์ที่เชื่อกันว่า “ท้องยาก”

  1. Woman on Top : หลายคนเชื่อว่าแรงโน้มถ่วงอาจทำให้การหลั่งแล้วอสุจิไหลย้อนออกง่ายขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ หากอสุจิถูกปล่อยลึกใกล้ปากมดลูกแล้ว อาจไม่กระทบมากนัก
    Standing : เช่นเดียวกัน แรงโน้มถ่วงอาจทำให้น้ำอสุจิไหลออกเร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสท้องเลย
  2. Reverse Cowgirl : อาจไม่เอื้อต่อการสอดใส่ลึก แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดการปฏิสนธิได้

ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อ “ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องยาก”

  • ระยะเวลาหลังหลั่ง: หากฝ่ายหญิงลุกขึ้นยืนหรือไปห้องน้ำทันทีหลังเสร็จกิจกรรม อสุจิอาจหลุดไหลออก ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลง ไม่เกี่ยวกับท่าเพียงอย่างเดียว
  • สุขภาพของคู่ทั้งสองฝ่าย: ถ้าอสุจิแข็งแรงพอ หรือหากฝ่ายหญิงอยู่ในช่วงไข่ตก โอกาสท้องก็สูง ไม่ว่าจะเป็นท่าใดก็ตาม
  • ความผ่อนคลาย: การมีเพศสัมพันธ์อย่างผ่อนคลายและอารมณ์สุขสม ช่วยให้กล้ามเนื้อภายในผ่อนคลาย อาจส่งผลให้การเดินทางของอสุจิราบรื่นยิ่งกว่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับท่ามีลูกง่าย
การบอกว่า “ท่านี้ท้องยาก” ไม่ได้หมายความว่าโอกาสเป็นศูนย์ ท้ายที่สุด การตกไข่และคุณภาพอสุจิเป็นปัจจัยหลักมากกว่า ขณะที่ ท่วงท่าที่ดูเหมือนอสุจิอาจไหลออกมาก อาจมีโอกาสน้อยลง แต่ไม่ได้ถึงกับเป็นไปไม่ได้

“ท่ามีลูกง่าย” หรือ “ท่าไหนท้องยาก” มีปัจจัยด้านแรงโน้มถ่วงและการสอดใส่ลึกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินทั้งหมด หากสุขภาพและช่วงไข่ตกเหมาะสม ก็ยังมีโอกาสท้องได้แม้เป็นท่ายืนหรือฝ่ายหญิงอยู่บน ดังนั้นควรมองปัจจัยสุขภาพและการวางแผนร่วมด้วยมากกว่าพึ่งแค่ท่วงท่า

 

15 ท่ามีลูกง่าย 

หลังจากทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว เราลองมาดูกันบางนะคะว่า 15 ท่ามีลูกง่าย ที่นิยมกล่าวถึงกันอยู่บ่อยๆ มีอะไรบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การนำไปใช้งานจริง ควรปรับให้เหมาะสมกับความสบายและสุขภาพของทั้งสองฝ่ายนะคะ 

1. ท่า Missionary
ท่าปกติของการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแค่ให้ผู้หญิงนอนหงาย กางขาออกเล็กน้อย แล้วให้ผู้ชายสอดใส่จากด้านบน ท่านี้จะช่วยให้ส่วนหัวของอวัยวะเพศชาย แตะเข้ากับปากมดลูก จึงช่วยให้อสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกได้ง่าย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ฝ่ายชายนอนคว่ำด้านบน
เหตุผล: เป็นท่าที่องคชาตเข้าใกล้ปากมดลูกมากที่สุด และแรงโน้มถ่วงเอื้อให้ตัวอสุจิอยู่ภายในช่องคลอดได้นาน
เคล็ดลับเพิ่ม: หนุนหมอนใต้สะโพกฝ่ายหญิงเล็กน้อย ช่วยยกเชิงกรานให้มั่นคง

2. Modified Missionary
ให้ฝ่ายหญิงยกขาขึ้น และใช้หมอนหนุนสะโพก การที่บริเวณอุ้งเชิงกรานกระดกขึ้นจะช่วยให้ฝ่ายชายสอดใส่ได้ลึกขึ้น 
ลักษณะ: คล้าย Missionary แต่ใส่หมอนเล็กใต้สะโพกฝ่ายหญิงเพื่อยกมุมเชิงกราน
เหตุผล: เพิ่มโอกาสที่น้ำอสุจิจะค้างอยู่ในช่องคลอด ไม่ไหลออกมาเร็วเกินไป
ข้อควรระวัง: ถ้าหมอนสูงเกินไป อาจทำให้ปวดหลัง ควรเลือกความหนาเหมาะสม

3. Doggy Style
ท่านี้ฝ่ายหญิงจะต้องทำท่าคลานสี่ขา แล้วหันหลังให้กับผู้ชาย ท่านี้เป็นอีกทีท่าที่ช่วยให้อวัยวะเพศชายสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกจนถึงปากมดลูก ซึ่งจะช่วยให้อสุจิสามารถเดินทางเข้าสู่มดลูกได้ง่ายขึ้น
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงคุกเข่า ยึดมือสองข้างที่พื้นหรือเตียง ฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลัง
เหตุผล: เป็นท่าที่สอดใส่ลึก และอาจทำให้อสุจิใกล้ปากมดลูก หากทำอย่างระมัดระวัง
ข้อควรระวัง: ถ้าสอดใส่แรงหรือผิดมุม อาจเกิดการเจ็บปวดได้

4. Spooning
ท่านี้คู่รักจะหันหน้าไปทางเดียวกัน ฝ่ายสามีโอบกอดภรรยาไว้ ชื่อนี้มีต้นกำเนิดมาจากวิธีที่ช้อนสองคันจะถูกวางชิดติดกัน โดยอยู่ในตำแหน่งแนวตั้งกับถ้วยชาม 

Spooning เป็นท่าที่ค่อนข้างสบายเพราะไม่มีแรงกดบนหน้าท้องหญิงตั้งครรภ์และมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ ฝ่ายชายจะอยู่ทางด้านหลังของหญิงตั้งครรภ์และเลือกมุมในการสอดใส่ พยายามหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงขวาหากเลือกใช้ท่านี้
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างนอนตะแคงไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลัง
เหตุผล: ท่าที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องออกแรงมาก ช่วยให้ฝ่ายหญิงไม่เกร็ง และยังรักษาน้ำอสุจิในช่องคลอดได้
ข้อดี: เหมาะกับคู่ที่ต้องการความโรแมนติกและความอ่อนโยน

5. Side-by-Side Facing
ท่านี้จะคล้ายกับท่าช้อน เพียงแต่ทั้งคุณแม่และคุณพ่อจะหันหน้าเข้าหากัน แต่ยังคงมีลักษณะแบบด้านข้างอยู่ ไม่ได้กดทับหน้าท้องแต่อย่างใด ได้ชื่อว่าเป็นท่วงท่าของการร่วมรักที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด
ลักษณะ: นอนตะแคงหันหน้าชนกัน ให้ฝ่ายชายสอดใส่จากมุมด้านข้าง
เหตุผล: คล้าย Spooning แต่มีการประสานสายตามากกว่า ผ่อนคลาย และอสุจิไม่ไหลออกง่าย
เคล็ดลับ: ควรใช้หมอนหนุนหลังหรือคอ เพื่อไม่ให้ปวดคอ

6. The Butterfly
ท่านี้ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่บนพื้นที่สูง เช่น เก้าอี้ โต๊ะ หรือไม่ก็เคาน์เตอร์ที่พอดีกับระดับเอวของฝ่ายชายจากนั้นให้ฝ่ายหญิงพาดขาไว้บนไหล่ของฝ่ายชาย เพื่อให้การสวมสอดเป็นไปได้แบบลึกที่สุด
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงายบนขอบเตียงหรือพื้นผิวที่สูงเล็กน้อย ขณะที่ฝ่ายชายยืนหรือคุกเข่าข้างเตียง
เหตุผล: ทำมุมเหมาะสมกับช่องคลอด ฝ่ายหญิงสามารถยกสะโพกขึ้นเพื่อรับการสอดใส่ลึก
ข้อควรระวัง: ต้องมั่นใจว่าเตียงหรือพื้นผิวไม่ลื่น

7. The Hook
ให้ผู้หญิงนอนหงาย กางขาออกเล็กน้อย แล้วให้ผู้ชายสอดใส่จากด้านบน ท่านี้จะช่วยให้ส่วนหัวของอวัยวะเพศชาย แตะเข้ากับปากมดลูก จึงช่วยให้อสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกได้ง่าย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นและงอเข่าพาดบนเอวหรือสะโพกฝ่ายชาย คล้ายท่า Missionary แต่ขาอยู่สูงขึ้น
เหตุผล: ช่วยทำให้มุมสอดใส่ลึก และลดการไหลออกของอสุจิ
ข้อควรระวัง: ต้องระวังปวดเข่าถ้าเหยียดนานเกินไป

8. The Bridge
ผู้ชายนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาพร้อมยกสะโพกของผู้หญิงขึ้นมาเล็กน้อย โดย ฝ่ายหญิงทำท่าเหมือนสะพานโค้ง สะโพกยกขึ้น ฝ่ายชายนอนคว่ำตามแนวลำตัว
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงทำท่าเหมือนสะพานโค้งแต่มีการหนุนหมอนใต้หลัง สะโพกยกขึ้น ฝ่ายชายนอนคว่ำตามแนวลำตัว
เหตุผล: เน้นให้เชิงกรานฝ่ายหญิงอยู่สูง ช่วยอสุจิไม่ไหลย้อนออก
ข้อควรระวัง: ท่านี้ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและเอวฝ่ายหญิง อาจไม่เหมาะกับทุกคน

9. The Plow หรือ The Plough
ทวงท่าที่แขนขาของผู้ชายต้องรวมใจเป็นหนึ่งผูกพันสามัคคี แต่อาจจะต้องขออนุญาตผู้หญิงเสียก่อนทำท่านี้ เพราะมีความ Extreme สำหรับผู้หญิงและอาจจะไม่ชอบมันเสียเท่าไหร่
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย งอเข่าชิดอก หรือยกขาพาดบ่าฝ่ายชาย ทำมุมคล้าย “ครึ่งศีรษะตั้งฉาก”
เหตุผล: สอดใส่ได้ลึกมาก และองคชาตอยู่ใกล้ปากมดลูก
ข้อควรระวัง: ท่านี้ค่อนข้างลึก อาจเจ็บหากแรงเกินไป

10.The Cat (Coital Alignment Technique)
ท่า CAT เป็นท่าที่คล้ายกับท่ามิชชันนารี แต่ร่างกายของผู้ชายจะอยู่เหนือกว่าและเอนไปด้านบนมากกว่า หัวไหล่ของผู้ชายจะอยู่ใกล้กับหัวไหล่ของผู้หญิง
ลักษณะ: ผู้ชายจะอยู่บนโดยหัวไหล่ของผู้ชายจะอยู่ใกล้กับหัวไหล่ของผู้หญิง  ผู้หญิงอขาประมาณ 45 องศาเพื่อกระดกสะโพกขึ้น เพื่อให้ฐานขององคชาตสัมผัสกับคลิตอริสของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง
เหตุผล: ท่าที่มีการสัมผัสและควบคุมความลึกได้พอประมาณ หากจัดมุมดี อสุจิไม่ไหลออกมาก
เคล็ดลับ: อาจจะบอกให้ผู้หญิงยืดขา และให้ผู้ชายกดเชิงกรานลง 2-3 นิ้วขณะที่อีกฝ่ายยกตัวขึ้น

11. Legs on Shoulders
ท่าร่วมรักโดยตำแหน่งผู้ชายจะอยู่ด้านบน ส่วนผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ก่อนนำขาทั้ง 2 ข้างของเธอมาวางพาดไว้บนไหล่และขยับสะโพกเข้าหา พร้อมจับประคองขาเอาไว้ป้องกันการหลุดตำแหน่ง โดยท่านี้จะช่วยให้หนุ่ม ๆ เข้าถึงลึกมากขึ้น และยังสลับพาดแบบขาเดียว เพื่อเพิ่มสัมผัสที่แตกต่างได้อีกด้วย
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนอนหงาย ยกขา 2 ข้างขึ้น ฝ่ายชายคุกเข่าหรือยืนข้างเตียง
เหตุผล: เน้นการสอดใส่ ช่วยกระชับและลึก
ข้อควรระวัง: ต้องดูให้มั่นคงไม่ให้ขาเกร็งเกินไป

12. The Chair or Edge
ท่านี้จะเป็นท่าที่ทำให้ ฝ่ายชายสามารถสอดใส่ได้ลึกโดยมีตัวช่วยอย่าง เก้าอี้ เพื่อทำให้เชื้ออสุจิสามารถเข้าไปสู่รังไข่ได้เพิ่มขึ้น 
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนั่งบนเก้าอี้หรือโซฟา ฝ่ายชายยืนหรือคุกเข่าด้านหน้า
เหตุผล: ถ้าปรับองศาให้เหมาะสม ก็สามารถสอดใส่ลึกและใกล้ปากมดลูกได้
ข้อควรระวัง: แรงโน้มถ่วงอาจมีผล ควรหาหมอนรองสะโพกหากจำเป็น

13. The Table Top
เป็นท่าร่วมรักที่คล้ายกับ  The Chair จากกการมีอุปกรณ์เสริม เพื่อทำให้การสอดใส่ หรือการเข้าไปถึงปากมดลูกของผู้ชายนั้น ทำได้ง่ายขึ้น 
ลักษณะ: ฝ่ายหญิงนั่งหรือเอนบนโต๊ะ (ต้องแข็งแรง) ฝ่ายชายยืนข้างหน้า
เหตุผล: คล้าย “The Butterfly” แต่ปรับความสูงตามโต๊ะ ช่วยให้มุมสอดใส่เหมาะสม
ข้อควรระวัง: ตรวจสอบความมั่นคงของโต๊ะ

14. The Opposite
เป็นท่าสบายๆ ผ่อนคลายอีกด้วย สำหรับท่านี้อยู่ในลักษณะ โดยผู้ชายนั่งอยู่บนเตียง เก้าอี้หรือโซฟา เอนหลังเล็กน้อย ผู้หญิงนั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากัน สองแขนโอบกอดกัน สองขาไขว้เกี่ยวรัดกัน เป็นท่าที่ยืดหยุ่นได้ดี
ลักษณะ: ถือว่าเป็นอีกท่าที่โรแมนติก ท่านี้ควรทำต่อเนื่องจากท่ามิชชันนารี และท่าผู้หญิงอยู่ข้างบนเพื่อความรู้สึกลื่นไหล
เหตุผล: หากทำเป็นเวลาสั้น ๆ และอสุจิมีการปล่อยภายในลึกๆ ก็อาจลดการไหลออก
ข้อควรระวัง: ท่านี้มีแรงโน้มถ่วงมาก ควรมั่นใจว่ามีกำลังอุ้มกันได้ปลอดภัย

15. The Scissors
ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างนอนตะแคงเป็นรูป “กรรไกร” ขาสลับสานกัน
ลักษณะ: องศาอาจซับซ้อน แต่ทำได้หากสบายทั้งคู่
เหตุผล: แม้จะดูยาก แต่ถ้าจัดได้พอเหมาะ อาจช่วยให้สอดใส่ลึกและเกิดการผ่อนคลาย
ข้อควรระวัง: ระวังปวดข้อต่อหรือเอว ถ้าทำเป็นเวลานาน

15 ท่ามีลูกง่าย นี้เป็นเพียงแนวทาง แต่ละคู่ควรเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับความสบายและสุขภาพของทั้งสองฝ่าย ไม่มีกฎตายตัวว่าท่าใดท่าเดียวดีที่สุด เพราะยังต้องพึ่งปัจจัยสุขภาพ ช่วงเวลาตกไข่ และคุณภาพของอสุจิในการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

 

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

การวางแผนตั้งครรภ์หรือการมีลูกอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การเตรียมท่วงท่าหรือจับ “ท่าไหนท้องง่ายสุด” ให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณพ่อ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องเป็นผู้มอบสารอาหารต่าง ๆ ให้ลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นม 

การได้รับโภชนาการที่ดี มีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงสำคัญกับพัฒนาการลูกในครรภ์ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพ และช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วย 

โภชนาการที่ดีหมายถึง การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล คือได้รับทั้งสารอาหารหลัก (โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารอาหารรอง (เกลือแร่ และวิตามิน) ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่ 

นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเสริมสารอาหารอย่างกรดโฟลิก และวิตามินบี 12 ที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพใจให้ดี เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่ และเจ้าตัวน้อย


  • รพ.นครธน. มีลูกยาก อยากท้องต้องทำยังไง เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับคู่รักที่อยากมีลูก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nakornthon.com/article/detail/อยากท้องต้องทำยังไง-เคล็ดไม่ลับสำหรับคู่รักที่อยากมีลูก. [5 กุมภาพันธ์ 2568]
  • nakornthon.com. วางแผนครอบครัว เตรียมความพร้อมเริ่มต้นครอบครัวที่สมบูรณ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nakornthon.com/article/detail/. [5 กุมภาพันธ์ 2568]
  • princsuvarnabhumi. เคล็ด(ไม่)ลับ คู่รักที่อยากมีลูก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.princsuvarnabhumi.com/articles/Tips-for-couples-who-want-to-have-children. [5 กุมภาพันธ์ 2568]
  • kapook.com. ท่าเซ็กส์ขั้นเทพ 12 ท่าร่วมรักสุดเด็ด เพิ่มความร้อนแรงให้กิจกรรมบนเตียง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://men.kapook.com/view200262.html.  [5 กุมภาพันธ์ 2568]
  • pobpad. 8 วิธีทำให้ท้องง่ายขึ้น เพิ่มความสำเร็จในการมีเจ้าตัวน้อย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.pobpad.com/8-วิธีทำให้ท้องง่ายขึ้น.  [5 กุมภาพันธ์ 2568]
  • thairath.co. 5 ท่า พาฟิน! ลีลารักฉบับเบสิก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thairath.co.th/content/422575. [5 กุมภาพันธ์ 2568]
* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Shopee TH Lazada TH Join Enfamama