Enfa สรุปให้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
การล้างจมูกทารก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดโพรงจมูกของเด็ก ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ในโพรงจมูกอีกด้วย แต่วิธีล้างจมูกเด็กที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร และก่อนที่จะเริ่มวิธีล้างจมูกทารก ควรจะต้องเตรียมอุปกรณ์ใดบ้าง รวมไปถึงการล้างจมูกบ่อยอันตรายไหม บทความนี้จาก Enfa มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับการล้างจมูกทารกมาฝากคุณพ่อคุณแม่ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการล้างจมูกเจ้าตัวเล็กค่ะ
การล้างจมูกทารก เป็นการทำความสะอาดภายในโพรงจมูก เพื่อชำระ หรือล้างเอาคราบน้ำมูก น้ำมูก สิ่งสกปรก และสิ่งแปลกปลอมภายในโพรงจมูกออกมา โดยจะใช้น้ำเกลือหยอดเข้าไปในรูจมูกเพื่อทำความสะอาด เพราะน้ำเกลือมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองที่รุนแรง
การล้างจมูกเด็ก หรือล้างจมูกทารก มีประโยชน์ที่ดีหลายอย่าง ดังนี้
วิธีล้างจมูกเด็กนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ไม่ยาก แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถที่จะทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยวิธีล้างจมูกให้ลูกด้วยน้ำเกลือนั้น สามารถทำได้ ดังนี้
1. ก่อนจะเริ่มทำการล้างจมูกให้เด็ก คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่จะทำการล้างจมูกควรล้างมือให้สะอาดเสียก่อน
2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการล้างจมูกเด็ก ได้แก่
3. ก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป อาจใช้น้ำเกลือที่อยู่ในอุณหภูมิห้องได้เลย หรือหากอากาศเย็น สามารถนำน้ำเกลือมาทำการอุ่นก่อน โดยทำการต้มน้ำ แล้วเทน้ำใส่ภาชนะ จากนั้นนำขวดน้ำเกลือลงไปอุ่นในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที การอุ่นน้ำเกลือจะช่วยให้น้ำเกลือมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับโพรงจมูก และหลังจากอุ่นน้ำเกลือแล้ว ให้นำขวดน้ำเกลือมาแนบกับหลังมือ เพราะความอุ่นของน้ำเกลือนั้น ควรจะอุ่นในลักษณะที่หลังมือของเราสามารถทนได้ ไม่ควรร้อนจนเกินไป
4. เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว ให้เริ่มเทน้ำเกลือลงในกระบอกฉีดยา(ที่ไม่ใส่เข็ม)จนเต็ม หรือใครสะดวกใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เหมือนกัน
5. หากเด็กดิ้น หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวเด็กไว้
6. จัดท่าทางให้เด็กนอนอยู่ในท่าที่ศีรษะสูง ป้องกันไม่ให้เกิดการสำลัก แต่ถ้าเป็นเด็กโตที่สามารถสั่งน้ำมูกเองได้แล้ว ก็เพียงแค่ให้เด็กแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย
7. จับหน้าของเด็กให้นิ่ง อย่าให้ขยับหรือเคลื่อนไหว แล้วค่อย ๆ หยดน้ำเกลือลง 2-3 หยด หรือฉีดเข้าจมูกแค่เพียงครั้งละ 0.5 ซีซี
8. สำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ ให้ใช้ลูกยางแดงในการดูดเอาน้ำมูกออกมา โดยทำทีละข้าง แต่เด็กที่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ก็ให้สั่งน้ำมูกออกมาพร้อมกันทั้งสองข้างได้เลย
9. ทำซ้ำจนกระทั่งไม่มีเสมหะตกค้างในจมูกแล้ว
10. ล้าง - จัดเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ส่วนน้ำเกลือที่เหลือให้ทิ้งให้หมด ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อจะล้างรอบต่อไปก็ให้ใช้น้ำเกลือขนาดขวด 100 ซีซีขวดใหม่
น้ำเกลือล้างจมูกทารก 0.9 % ถือว่ามีความปลอดภัยต่อโพรงจมูกของเด็ก ไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองที่รุนแรง มากไปกว่านั้น น้ำเกลือยังมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอีกด้วย
ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครอบครัว บางบ้านอาจจะสะดวกใช้ที่ล้างจมูกทารก แต่บางบ้านก็สะดวกที่จะใช้กระบอกฉีดยาแบบไม่ใส่เข็ม หรือใช้ขวดยาหยอดตาแทน ซึ่งไม่มีถูกหรือผิด ใครใคร่ใช้ก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าหากไม่ใช้ ก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด
ข้อสำคัญคือเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ที่ควรจะต้องมีการล้างทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังการล้างจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกสะสม
คุณพ่อคุณแม่สามารถล้างจมูกทารกได้ตั้งแต่ทารกวัยแรกเกิดเป็นต้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก หายใจไม่ออก ก็สามารถทำการล้างจมูกได้
การล้างจมูกทารกนั้นไม่อันตรายหากทำอย่างเหมาะสม ล้างอย่างถูกต้อง และไม่ละเลยความสะอาด ก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงใด ๆ จากการล้างจมูกได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนล้างจมูกควรให้ลูกได้กินอาหารเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอาเจียน หรือการสำลักในขณะที่ล้างจมูก
หากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก หายใจไม่ออก คุณพ่อคุณแม่ควรล้างจมูกให้ลูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้า และช่วงเย็น
น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกทารกสามารถเลือกได้หลายยี่ห้อ แต่สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกน้ำเกลือยี่ห้อที่ผลิตน้ำเกลือในเกรดโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและไม่ระคายเคือง สามารถหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำ
กรณีที่ล้างจมูกเด็กแล้วน้ำเกลือไม่ไหลออกมา อาจเป็นไปได้ว่าน้ำเกลือไหลออกทางปากแทน เนื่องจากอวัยวะจากจมูกถึงปากนั้นเชื่อมต่อกัน คุณพ่อคุณแม่ควรตะแคงศีรษะของเด็กแค่เพียงเล็กน้อย การแหงนศีรษะมากเกินไปอาจทำให้น้ำเกลือไหลย้อนกลับเข้าปากได้
วิธีล้างจมูกลูก สามารถทำได้ดังนี้
1. ก่อนจะเริ่มทำการล้างจมูกให้เด็ก คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่จะทำการล้างจมูกควรล้างมือให้สะอาดเสียก่อน
2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการล้างจมูก ได้แก่
3. ก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป อาจใช้น้ำเกลือที่อยู่ในอุณหภูมิห้องได้เลย หรือหากอากาศเย็น สามารถนำน้ำเกลือมาทำการอุ่นก่อน โดยทำการต้มน้ำ แล้วเทน้ำใส่ภาชนะ จากนั้นนำขวดน้ำเกลือลงไปอุ่นในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที การอุ่นน้ำเกลือจะช่วยให้น้ำเกลือมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับโพรงจมูก และหลังจากอุ่นน้ำเกลือแล้ว ให้นำขวดน้ำเกลือมาแนบกับหลังมือ เพราะความอุ่นของน้ำเกลือนั้น ควรจะอุ่นในลักษณะที่หลังมือของเราสามารถทนได้ ไม่ควรร้อนจนเกินไป
4. เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบแล้วให้เริ่มเทน้ำเกลือลงในกระบอกฉีดยา(ที่ไม่ใส่เข็ม)จนเต็ม หรือใครสะดวกใช้ขวดยาหยอดตาก็ได้เหมือนกัน
5. หากเด็กดิ้น หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวเด็กไว้
6. จัดท่าทางให้เด็กนอนอยู่ในท่าที่ศีรษะสูง ป้องกันไม่ให้เกิดการสำลัก แต่ถ้าเป็นเด็กโตที่สามารถสั่งน้ำมูกเองได้แล้ว ก็เพียงแค่ให้เด็กแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย
7. จับหน้าของเด็กให้นิ่ง อย่าให้ขยับหรือเคลื่อนไหว แล้วค่อย ๆ หยดน้ำเกลือลง 2-3 หยด หรือฉีดเข้าจมูกแค่เพียงครั้งละ 0.5 ซีซี
8. สำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ ให้ใช้ลูกยางแดงในการดูดเอาน้ำมูกออกมา โดยทำทีละข้าง แต่เด็กที่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ก็ให้สั่งน้ำมูกออกมาพร้อมกันทั้งสองข้างได้เลย
9. ทำซ้ำจนกระทั่งไม่มีเสมหะตกค้างในจมูกแล้ว
10. ล้าง-จัดเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ส่วนน้ำเกลือที่เหลือให้ทิ้งให้หมด ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อจะล้างรอบต่อไปก็ให้ใช้น้ำเกลือขนาดขวด 100 ซีซีขวดใหม่
เพราะอวัยวะช่องจมูก ช่องปาก และลำคอนั้นเชื่อมต่อกัน หากแหงนหน้ามากเกินไป อาจทำให้น้ำเกลือไหลย้อนกลับลงคอได้ ดังนั้นวิธีล้างจมูกให้ลูกควรแหงนหน้าเด็กหรือตะแคงศีรษะแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การล้างจมูกทารกสามารถทำได้ตั้งแต่ทารกช่วงขวบปีแรก แม้จะอายุยังไม่เต็มขวบดีก็สามารถทำได้ โดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
รู้หรือไม่ว่า…อาการแพ้โปรตีนนมวัวที่เกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่เล็กๆ หากไม่รักษาให้หาย สามารถส่งผลต...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ เด็กตาบวม เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งสาเหตุจากอุบัติเหตุ การพลัดตกหกล้ม การถูกกระแ...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ ลูกเป็นหวัด 2 อาทิตย์ยังไม่หาย อาจเป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันของลูกยังไม่แข็งแรง การพั...
อ่านต่อ