Key Highlight
What's up here?
เพลงกล่อมเด็ก เป็นหนึ่งในยุทธวิธีที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องขุดขึ้นมาใช้เพื่อกล่อมให้เจ้าตัวเล็กสิ้นฤทธิ์ และผล็อยหลับ หลังจากกระปรี้กระเปร่าใช้พลังงานมาตลอดทั้งวัน แต่เพลงกล่อมเด็ก ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กหลับง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะเชื่อกันว่าเพลงกล่อมลูก หรือเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมองได้ แต่คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทำไมเพลงกล่อมเด็กถึงมีส่วนต่อการพัฒนาสมองของเด็กได้ เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันกับบทความนี้ของ Enfa กันค่ะ
ก่อนที่เราจะมาฟันธงกันว่า เพลงกล่อมเด็กมีประโยชน์จริงหรือเปล่านั้น เราคงจะต้องเท้าความไปยังหมวดใหญ่ของเพลงกล่อมเด็กกันก่อน นั่นก็คือเรื่องของดนตรี ที่มีผลการศึกษาและผลการวิจัยหลายสำนักที่แสดงให้เห็นว่า ดนตรีสามารถส่งผลต่อสมองของคนเราได้ และดนตรียังมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านของภาษา การอ่าน และการสื่อสาร ทำให้เด็กพร้อมต่อทุกย่างก้าวของพัฒนาการด้านการเรียนรู้
และเพลงก็เป็นส่วนหนึ่งของดนตรี ที่จริง ๆ แล้วการฟังเพลงไม่ว่าจะเพลงประเภทใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีจังหวะ และท่วงทำนอง มีท่อนที่ขึ้นเสียงสูง และมีท่อนที่ลงเสียงต่ำ ต่อให้จะไม่มีเสียงดนตรีประกอบ แต่ท่วงทำนองในการร้องก็ถือว่าเพียงพอที่จะทำให้คนฟังสามารถรับรู้ถึงความไพเราะได้
และการฟังเพลงก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พบได้เป็นปกติในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งการฟังเพลงในแม่ตั้งครรภ์ ไม่เพียงแต่ให้ความเพลิดเพลิน หรือทำให้รู้สึกผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปถึงทารกในครรภ์อีกด้วย โดย
ในช่วงสัปดาห์ที่ 16-18 ทารกจะสามารถได้ยินเสียงเป็นครั้งแรก
ในช่วงสัปดาห์ที่ 24 หูของทารกมีพัฒนาการมากขึ้น สามารถที่จะผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะหรือเสียงที่ได้ยิน
ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนคลอด ทารกในครรภ์สามารถที่จะจดจำเสียงของแม่ หรือเสียงของพ่อ รวมถึงภาษา รูปแบบของคำ และความคล้องจองของคำได้
เพลงกล่อมเด็ก ก็เป็นอีกแขนงหนึ่งของดนตรีและบทเพลง โดยเพลงกล่อมเด็กบทโลกใบนี้ก็มีอยู่มากมายจนยากที่จะนับออกมาเป็นจำนวนได้แม่นยำ เพราะเพลงกล่อมเด็กนั้นจะแตกต่างกันไปตามภาษา ความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณี ชนชาติหนึ่งสามารถมีเพลงกล่อมเด็กมากกว่าหนึ่งเพลง หรืออาจจะมากกว่าร้อยเพลงเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม จุดร่วมกันของเพลงกล่อมเด็กที่เหมือนกันแทบจะทุกวัฒนธรรมคือ เป็นบทเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนวล ผ่อนคลาย ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการนอนหลับ ซึ่งกลุ่มเพลงกล่อมเด็กนี้จะตรงกับกลุ่มเพลงเพื่อการบำบัด ซึ่งจะมีท่วงทำนองที่ช้า นุ่มนวล ผ่อนคลาย มีผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ทำให้รู้สึกสงบมากขึ้น มีการหายใจที่ลึกขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เด็กส่วนใหญ่เมื่อได้ฟังเพลงกล่อมเด็กก็มักจะง่วงนอนและผล็อยหลับไปตามระเบียบ เพราะบทเพลงมีท่วงทำนองที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายนั่นเอง แต่จริง ๆ แล้วไม่ต้องเป็นเพลงกล่อมเด็ก แต่ขอเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองช้า ๆ เนิบ ๆ มีจังหวะที่นุ่มนวล เด็กก็สามารถที่จะต้อบสนองด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง และเคลิ้มจนหลับได้เหมือนกัน
จริง ๆ แล้วการจะเคลมว่าเพลงกล่อมเด็กมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองนั้นก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะเพลงกล่อมเด็กนั้น อยู่ในแขนงหนึ่งของดนตรี การฟังเพลงกล่อมเด็ก ก็คือการฟังจังหวะของดนตรี และท่วงทำนองจากเนื้อร้อง ถ้าจะพูดให้ถูก ควรจะต้องพูดว่า การฟังดนตรีมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง ซึ่งมีการค้นคว้าและวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ดนตรีมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาและเยียวยาคนฟังในหลาย ๆ ด้าน เช่น
จริง ๆ แล้วเพลงกล่อมเด็กไม่ว่าจะเป็นเพลงไหน ก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ดังนั้น เพลงกล่อมเด็กจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นเพลงสากล สามารถใช้เพลงใดก็ได้ จะเป็นเพลงพื้นบ้านของท้องถิ่นใดก็ได้ ขอเพียงมีจังหวะที่ช้า นุ่มนวล ผ่อนคลาย ก็จะช่วยให้ลูกฟังแล้วเคลิบเคลิ้มได้ง่าย ดีต่อการนอนหลับ และมีส่วนช่วยพัฒนาสมองของเด็กได้เหมือนกัน
ทำไมเพลงกล่อมเด็กต้องโมสาร์ท? เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มจากนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรีย ซึ่งได้รังสรรค์บทเพลงคลาสสิกเอาไว้มากมายหลายร้อยเพลง และส่วนหนึ่งจากหลายร้อยเพลงนั้นก็กลายมาเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมตลอดกาล
กระทั่งในปี ค.ศ. 1993 มีผลการวิจัยสั้น ๆ ที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน Nature โดยนักจิตวิทยาที่ชื่อ Frances Rauscher และแสดงให้เห็นผลการวิจัยซึ่งได้ทดลองให้นักศึกษาระดับวิทยาลัยจำนวน 36 คนฟังเพลงของโมสาร์ท Mozart sonata in D-major เป็นเวลา 10 นาที
จากนั้นให้จ้องมองไปที่กระดาษที่พับไว้นั้น แล้วพิจารณาว่าเมื่อคลี่ออกแล้ว กระดาษนั้นจะกลายเป็นรูปร่างอะไรได้บ้าง แล้วให้นักศึกษากลุ่มตัวอย่างทำการตัดกระดาษที่พับไว้ออกมา ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษากลุ่มที่ได้ฟังเพลงของโมสาร์ทสามารถตัดกระดาษออกมาได้ดีกว่า
ในปีค.ศ. 1998 ผู้ว่าการรัฐจอร์เจียในขณะนั้น ได้รับคำสั่งให้ส่งมอบซีดีเพลงคลาสสิกให้กับมารดาที่คลอดทารกแรกเกิดในรัฐจอร์เจีย และรัฐฟลอริดา รวมถึงยังมีนโยบายให้ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเปิดเพลงซิมโฟนีเพื่อขับกล่อมเด็ก ๆ
จะเห็นได้ว่า เพลงของโมสาร์ทถูกส่งผ่านไปยังคนหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มวัยเรียน วัยผู้ใหญ่ ตลอดจนเด็กแรกเกิด ทำให้เพลงของโมสาร์ทได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและแพร่หลาย ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และอยู่ในแทบจะทุกช่วงจังหวะเวลาชีวิต
อย่างน้อย ๆ หากเดินเข้าโซนสินค้าเด็ก ก็อาจจะต้องได้ยินท่วงทำนองเพลงของโมสาร์ทบ้าง หรือในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ก็อาจจะเคยได้ยินเสียงเพลงของโมสาร์ทด้วยเหมือนกัน
ส่วนการใช้เพลงโมสาร์ทกล่อมนอนนั้น ก็เพราะเพลงของโมสาร์ทมีท่วงทำนองที่ผ่อนคลาย นุ่มนวล ฟังแล้วทำให้เกิดสมาธิ สภาวะจิตใจนิ่งลง จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้กล่อมเด็ก ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สงบจิตใจได้ง่ายขึ้น และผล็อยหลับไปในที่สุด
ซึ่งหากจะถามว่าทำไมเพลงของโมสาร์ทจึงได้รับความนิยม ก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นคุณูปการจากความโด่งดังผ่านยุคผ่านสมัยของโมสาร์ทเองนั่นแหละ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปีก็ยังคงมีแฟนเพลงรุ่นใหม่ ๆ ตามมาเสมอ
และหนึ่งในจุดพลิกผันให้ชื่อเสี่ยงที่โด่งดังอยู่แล้ว ดังขึ้นไปอีก ก็มาจากผลการวิจัยสั้น ๆ ในปีค.ศ. 1993 ที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั่นแหละ ทำให้กระแสการฟังเพลงโมสาร์ทมีจุดประสงค์มากกว่าการฟังเพื่อความเพลิดเพลิน จนทำให้หลายต่อหลายคนส่งต่อความเข้าใจกันไปเองว่า ถ้าผู้ใหญ่ฟังแล้วยังมีสมาธิ ฉลาด ใครจะไม่อยากให้ลูกหลานของตัวเองเป็นเด็กฉลาดบ้างล่ะ?
ซึ่งที่จริงแล้วผลการศึกษาในปีค.ศ. 1993 นั้น เป็นการศึกษาในระยะสั้น ๆ และมีผลลัพธ์เพียงชั่วเวลาหนึ่งในขณะทำการทดลองเท่านั้น ไม่ได้เอ่ยถึงผลในระยะยาวแต่อย่างใด หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ทุกคนตีความผลการศึกษานั้นเกินไปจากความจริงที่ผู้วิจัยต้องการนำเสนอ
เพลงโมสาร์ท นอกจากจะถูกนำเสนอผ่านการเป็นบทเพลงที่ดีต่อสมาธิและการนอนหลับแล้ว ยังถูกนำมาทำการตลาดในเรื่องนี้ต่อแม่และเด็กอย่างกว้างขวางมากขึ้น ส่งผลให้คนเริ่มรู้จักกิตติศัพท์ผลงานของโมสาร์ทในลักษณะของ เพลงโมสาร์ทพัฒนาสมองทารกในครรภ์
ทั้งยังเป็นที่มาของสินค้าต่าง ๆ สำหรับเด็ก เช่น ชุดเพลงโมสาร์ทกล่อมเด็ก ชุดเพลงสำหรับแม่ตั้งครรภ์ ชุดเพลงสำหรับทารกในครรภ์ พร้อมสรรพคุณที่กล่าวถึงผลการศึกษามากมายว่าเพลงโมสาร์ทพัฒนาสมองทารกได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่มีผลต่อสมอง ไม่ใช่แค่เนื้อเพลงของโมสาร์ท แต่เป็นท่วงทำนองของดนตรีคลาสสิกที่โมสาร์ทประพันธ์ขึ้นต่างหาก ซึ่งก็แน่นอนว่า ถ้าผลการศึกษาบอกว่าดนตรีมีผลต่อสมอง นั่นก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเพลงของโมสาร์ทเท่านั้นที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง
แต่หมายรวมถึงเพลงคลาสสิกของศินปินคนใดก็ตาม และดนตรีใด ๆ ก็ตามบนโลกใบนี้ หากมีท่วงทำนองที่ผ่อนคลาย นุ่มนวล ก็สามารถเสริมสร้างสมาธิและดีต่อการนอนหลับได้ทั้งสิ้น
ดังนั้น เพลงโมสาร์ทจึงอาจจะมีส่วนช่วยพัฒนาสมองได้จริง แต่...นั่นก็หมายความว่า เพลงคลาสสิก และบทเพลงอื่น ๆ อีกหลายร้อย หลายพันบทเพลงบนโลกใบนี้ที่มีท่วงทำนองที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย ก็ให้ผลในทิศทางเดียวกับเพลงของโมสาร์ทด้วย
คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักชอบที่จะเปิดโมสาร์ทกล่อมนอน หรือเลือกเพลงกล่อมเด็กโมสาร์ท เพื่อเปิดขับกล่อมให้เจ้าตัวเล็ก ซึ่งเพลงยอดนิยมที่มักใช้สำหรับการกล่อมลูกนอน เช่น
เพลงกล่อมเด็กบนโลกใบนี้มีอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเพลงที่รู้จักมาร้องขับกล่อมเจ้าตัวเล็กให้หลับปุ๋ยได้ตามที่ต้องการ
คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เพลงกล่อมเด็กไทย่ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอย่าง เพลงนกกาเหว่า หรือเพลงวัดโบสถ์ ก็ได้ หรือจะใช้เพลงกล่อมเด็กตามถิ่นหรือภูมิภาคของคุณพ่อคุณแม่ก็ได้เช่นกัน สามารถใช้ได้ทุกเพลงที่จัดว่าอยู่ในหมวดหมู่ของเพลงกล่อมเด็ก
เพลงของโมสาร์ทมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองได้จริง นั่นเพราะเพลงของโมสาร์ทมีจังหวะและท่วงทำนองของดนตรีที่ทำให้เกิดสมาธิ
อย่างไรก็ตาม เพลงของโมสาร์ท ไม่ใช่เพลงเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถเชื่อมโยงกับสมองและก่อให้เกิดสมาธิได้ แต่ยังมีดนตรีและเพลงอีกหลายเพลงที่มีท่วงทำนองอันนุ่มนวล ไพเราะ ฟังแล้วผ่อนคลาย และก่อให้เกิดสมาธิจดจ่อ สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
Enfa สรุปให้ เนื้อเพลงเด็กอนุบาล ควรเป็นคำง่าย ๆ จำง่าย เพื่อให้เด็กสามารถร้องตามได้ เข้าใจเนื้อ...
อ่านต่อKey Highlight เพลงกล่อมเด็ก เป็นอีกแขนงหนึ่งของดนตรีและบทเพลง โดยเพลงกล่อมเด็กบทโลกใบนี้ก็มีอย...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ เพลงกล่อมเด็ก เป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาช้านาน สันนิษฐานว่าเริ่มต้นมาจากการเล่านิทา...
อ่านต่อ