Enfa สรุปให้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ต่อมไทรอยด์ เป็นต่อมสำคัญในร่างกายซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย รักษาความอบอุ่นแก่ร่างกาย ควบคุมระดับความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และน้ำหนักตัว
ซึ่งถ้าหากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่เพียงจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบแก่ทารกด้วย บทความนี้จาก Enfa จะมาตอบข้อสงสัยที่คุณแม่หลายท่านกังวล เช่น ถ้าแม่เป็นไทรอยด์ลูกจะเป็นไหม? แม่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษมีลูกได้ไหม? พร้อมคำแนะนำในการดูแลตัวเองเมื่อคุณแม่มีอาการไทรอยด์ระหว่างตั้งครรภ์
หากแม่เป็นไทรอยด์ ลูกจะเป็นไหม? เป็นหนึ่งในความกังวลของคุณแม่หลายท่านที่มีอาการไทรอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะกลัวว่าตนเองจะเป็นพาหะทำให้ลูกมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พันธุกรรม” จากสมาชิกในครอบครัวสายตรง ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคไทรอยด์ ดังนั้น หากคุณแม่เป็นไทรอยด์ ก็มีโอกาสที่ลูกจะเกิดมาพร้อมกับภาวะไทรอยด์ผิดปกติเช่นเดียวกับคุณแม่
แต่...ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะเป็นไทรอยด์ตามคุณแม่เหมือนกัน โอกาสที่ลูกจะเป็นไทรอยด์ตามแม่คือ 50/50 ลูกอาจจะเป็นไทรอยด์หรือไม่เป็นไทรอยด์ตามแม่ก็ได้
มากไปกว่านั้น ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เป็นโรคไทรอยด์ ทั้ง ๆ ที่พ่อกับแม่ไม่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์และไม่ปรากฎว่ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์ เพราะนอกจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ ยังเกิดขึ้นได้จากอีกหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น อายุ เพศ โรคประจำตัว ประวัติการตั้งครรภ์ หรือการกินฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ก็เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดไทรอยด์ได้ค่ะ
หากคุณแม่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งครรภ์ได้ไหม? แน่นอนว่าคนเป็นไทรอยด์สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่จะต้องแยกกออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ค่ะ
ดังนั้น หากคุณแม่รู้ตัวว่ามีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือกังวลว่ามีความเสี่ยงที่อาจเกิดไทรอยด์เป็นพิษ หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์โดยที่ไม่รู้ว่าตนเองมีปัญหาสุขภาพใดบ้าง ควรไปพบแพทย์ก่อนที่จะวางแผนตั้งครรภ์ และหากตรวจแล้วพบว่าคุณแม่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาให้หายเป็นปกติก่อน แล้วจึงเริ่มวางแผนการตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในขณะตั้งครรภ์ และเพื่อให้คุณแม่สามารถคลอดลูกได้อย่างปลอดภัยค่ะ
การตั้งครรภ์โดยที่คุณแม่มีภาวะไทรอยด์ไม่ปกติ สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในขณะตั้งครรภ์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น
ซึ่งในกรณีที่คุณแม่มีอาการไทรอยด์ในระดับรุนแรง อาจส่งผลให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่ที่จะต้องใช้เวลานานในการพักฟื้นอีกด้วย
ดังนั้น หากมีภาวะไทรอยด์ ควรรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อนแล้วจึงวางแผนตั้งครรภ์ หรือถ้าหากไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวใดบ้าง ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนวางแผนการตั้งครรภ์ค่ะ
ไทรอยด์ขณะตั้งครรภ์ มีอาการที่พบได้โดยทั่วไป ดังนี้
หากคุณแม่มีสัญญาณของอาการภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ และเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ทันที
หากคุณแม่มีภาวะไทรอยด์ผิดปกติในขณะตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ หรือภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือคุณแม่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์เป็นพิษ
โดยยาที่ใช้สำหรับรักษาภาวะไทรอยด์ต่ำอย่าง เลโวไทรอกซิน (Levothyroxine) และยารักษาไทรอยด์เป็นพิษอย่างยา PTU (Propylthiouracil) และยา MMI (Methimazole) ถือว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ หากใช้ยาในปริมาณที่แพทย์แนะนำ ก็จะไม่ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์
แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อควบคุมให้ต่อมไทรอยด์ทำงานเป็นปกติ ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาในปริมาณที่ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ คุณแม่จะต้องกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการรักษาภาวะไทรอยด์กลับมาเป็นปกติ และลดความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
คุณแม่ที่มีภาวะไทรอยด์ผิดปกติในขณะตั้งครรภ์ จำเป็นจะต้องใส่ใจการดูแลสุขภาพของตนเองให้มากขึ้นกว่าปกติ เพราะทุกย่างก้าวของการตั้งครรภ์ถือว่ามีความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์ได้ โดยคุณแม่ที่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์ สามารถดูแลตนเองได้ ดังนี้
ไปเข้ารับการตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อให้ทราบระดับของฮอร์โมนในร่างกายว่าเข้าสู่ภาวะปกติหรือยัง
กินยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ตราบเท่าที่แพทย์ไม่ได้เพิ่มปริมาณของยา ก็เป็นสัญญาณว่ากระบวนการรักษาเป็นไปได้ด้วยดี และการตั้งครรภ์นี้มีความปลอดภัยทั้งต่อแม่และทารกในครรภ์
ในบางกรณีที่ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป แพทย์อาจวินิจฉัยให้มีการผ่าตัดต่อมไทรอยด์
นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ คือ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์แข็งแรง
มากไปกว่านั้น คุณแม่ควรหากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำ เพื่อให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น สดชื่นมากขึ้น และลดความเครียดลง เพราะถ้าหากคุณแม่มีภาวะเครียด หรือวิตกกังวลมากเกินไป จะมีผลอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ได้ค่ะ
คุณแม่ที่มีภาวะไทรอยด์ จำเป็นจะต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการที่ดี มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงของภาวะรุนแรงจากโรคไทรอยด์
หมั่นกินผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืชต่าง ๆ เป็นประจำ สลับสับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดอาการเบื่ออาหาร และเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ เพื่อให้ลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัยและมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัย
นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมด้วยนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ดีเอชเอ โฟเลต โคลีน และแคลเซียม
Enfa สรุปให้ รกคืออวัยวะที่สำคัญมากในการตั้งครรภ์ซึ่งทำหน้าที่รองรับการเจริญเติบโตของทารกตลอด 40...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ รกพันคอเด็ก คือ ภาวะที่สายสะดือพันรอบคอทารกในครรภ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่ทารกเคลื...
อ่านต่อEnfa สรุปให้ แพ้ท้องหนักมาก กินอะไรไม่ได้เลย อาจส่งผลให้คุณแม่มีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว มี...
อ่านต่อ